Friday, December 08, 2006

ไปขึ้น Big Wheel มา

บัตรใบละร้อยนึง แพงมากมาย...
ขึ้นไปแล้วก็กลัวตกจนไม่ได้ถ่ายรูปข้างบน ได้มองอะไรนิดๆหน่อยๆเอง...

My Type :: Personality Test

ไปแอบได้เว็บมาจากของพี่ Ford ก็เลยไปลองเล่นดูบ้าง ก็ได้ผลตามที่คิดจริงๆด้วย
ผมแอบคิดในใจว่า จะต้องเป็น Priest แหงๆ....
ผลที่ได้ก็คือ...



และแล้วก็ไม่พ้นจาก Priest จริงๆ ในเว็บเล่าว่า

ดูแลเอาใจใส่ทุกข์สุขของคนรอบข้าง คิดถึงปัญหาของคนอื่น มากกว่าปัญหาของตัวเอง พยายามทำตัวเป็นที่รักของคนอื่น ด้วยการให้ ยกย่อง "ความรัก" เหนือสิ่งอื่นใด บางทีก็ชอบกะเกณฑ์คนอื่น ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าเข้าเจ้าของคน

อ่านเต็มที่นี่ และลองเล่นได้ที่นี่

Friday, November 10, 2006

They may forget what you said but they will never forget how you make they feel.

ประโยคข้างบนนี้ได้มาจากหนังสือแจกฟรีเล่มหนึ่ง ชื่อ Free เป็น Magazine รายเดือน มันอยู่หน้าสุดท้ายพอดี อ่านแล้วก็ชอบใจจนอยากมาเขียนบล๊อก ซึ่งทิ้งไว้ตั้งนานไม่ได้เขียนเลย แง แง

ทาง Free มีการแปลเอาไว้ดีด้วย "พวกเขาอาจลืมสิ่งที่เราพูด แต่เขาจะไม่มีทางลืมความรู้สึกที่เขาได้รับ" ดีไม่ดี มีความหมายดีกว่าแบบ ภาษาอังกฤษอีกตะหาก ...

Sunday, October 29, 2006

จะเปิดเทอมแล้ว

วันพรุ่งนี้เปิดเทอม ก็เลยกลับมานั่งคิดว่า ปิดเทอมนี้ทำอะไรที่อยากทำไปแล้วบ้าง ...

1.ได้ทำ M900 Blog ไปแล้ว ไม่รู้ว่าดีเป็นไง มีคนเข้าเยอะมั้ย แต่คิดว่าคงจะดีอะ
2.ได้ซื้อ มือถือใหม่ซะที ก็ M900 นั่นแหละ
3.จัดการหนังเรท ในเครื่องใหม่ซะที ลง DVD หมดแระ งุงิ

จริงๆคงยังอยากมีอะไรทำอีกเยอะ แต่ได้ทำไปแค่นี้ เฮ้ยยยย.... แล้วเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วอีกครั้งนึง

Sunday, August 27, 2006

Destiny : AF

หรือเพราะโชคชะตาส่งเราให้เกิดมาคู่กัน
ฉันจึงได้เจอเธอบนโลกที่กว้างใหญ่
หรือเพราะความบังเอิญที่ทำให้เราได้รู้ใจ
และฉันก็บังเอิญได้รักเธอคนนี้

* เหมือนเส้นด้ายบางๆเชื่อมโยงให้ใจได้ผูกพัน
คิดไหมเพราะอะไร แค่ตาสบตาเท่านั้นก็ซึ้งใจ
ฉันไม่รู้จริงๆ เหตุผลอะไรไม่สำคัญ
แค่ใจตรงกันก็เกินพอแล้ว

** รักเธอ รักเธอ รู้เพียงเท่านั้น
แม้เราบังเอิญได้พบกัน หรือ ฟ้าบันดาลให้พบเธอ
เราโชคดีที่เราต่างคนค้นเจอ
แค่เสี้ยวนาทีที่พบเธอ หัวใจก็บอกให้รู้เรารักกัน

ฉันรู้ว่าเธอ คือ อีกครึ่งชีวิตที่หายไป รู้ว่าเธอเติมใจของฉันให้เต็มได้
ฉันรู้เพียงเธอทำให้ ฉันสุขใจตั้งมากมาย
รู้ รักคืออะไร ก็เพราะเธอคนนี้

เธอ คือคนที่รอ คนที่ใจขอมา ฟ้าส่งเธอ ให้กัน
ไม่ว่านานเท่าไร ก็จะรัก รักเธอ มั่นใจว่าเธอ คือคนนั้น

Monday, August 14, 2006

ชื่อญี่ปุ่นกับไทยในสิ่งที่เหมือนกัน

วันนี้กลับมานั่งอ่าน Tokyo Love Story รอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ อ่านเจอประโยคนี้เข้าก็แอบขำนิดๆ จริงๆคิดไว้นานแล้วนะ เพียงแต่วันนี้มันเพิ่งนึกออกเฉยๆ ก็เลยนำมาเขียนบล๊อก

"อ่อ...จริงๆชื่อเรียวสุเกะหรอกหรอ ชื่อบ้านนอกจังว่ะเพราะปกติคนญี่ปุ่นจะตั้งชื่อลูกชายออกมาเหมือนกันต้องมีสุเกะๆ ต่อท้ายชื่อโคตรโหลเลย"

นั่นสิ คนญี่ปุ่นต้อง สุเกะๆ คนไทยก็คงต้อง สม.... อะไรซักอย่าง

สมชาย สมหมาย สมปอง สมศักดิ์ สมหญิง สมฤดี สมควร สมน้ำหน้า อันนี้คนละเรื่องละ งุงิงุงิ

Sunday, July 09, 2006

Ubuntu Screenshot

กว่าจะลงได้เสร็จเรียบร้อย ก็ใช้เวลาไปกว่า 5 วันครับ มือใหม่หัดใช้ก็แบบนี้แหละ
แต่พอเสร็จก็เรียบร้อยสวยงามดีไม่น้อย งุงิ

Saturday, July 01, 2006

Biology's Sophomore Festival


จบไปแล้วสำหรับรับน้อง แต่เพิ่งคิดได้ว่าจะเอารูปลงบล๊อกนี่หว่า ก็เลยถือโอกาสทดลอง Picasa Web Album ด้วยไปในตัว
ดูเต็มๆที่นี่ :: Click

Thursday, June 29, 2006

Brown Eyes Coverd by Tata Young & Sarah

เป็นเพลงเก่าของ Destiny Child ทาทา เอามาร้องใหม่ เพราะจริงๆครับ
ไม่รู้จะนำไปรวมในอัลบั้มใหม่หรือป่าว...แล้วเมื่อไหร่จะออกอัลบั้มใหม่เสียที
เก็บเงินรอซื้อนานแล้ว

Link for Download Click here

Remember the first day when I saw your face
Remember the first day when you smiled at me
You stepped to me and then you said to me
I was the woman you dreamed about
Remember the first day when you called my house
Remember the first day when you took me out
we had butterflies although we tried to hide
and we both had a beautiful night


The way we held each others hand,
the way we talked, the way we laughed
it felt so good to find true love
I knew right then and there you were the one
ohhhhhh,

I know that he loves me cause told me so
I know that he loves me cause his feelings show
When he stares at me you see he cares for me
You see how he is so deep in love
I know that he loves me cause its obvious
I know that he loves me cause its me he trust
and he's missing me if he's not kissing me
and when he looks at me his brown eyes tell it so


Remember the first day, the first day we kissed
Remember the first day we had an argument
we apologized and then we compromised
and we've haven't argued since
Remember the first day we stopped playing games
Remember the first day you fell in love with me
it felt so good for you to say those words
cause I felt the same way too

The way we held each other's hands,
the way we talked, the way we laughed
it felt so good to fall in love
and I knew right there and then that you were the one

I know that he loves cause he told me so
I know that he loves me cause his feelings show
When he stares at me you see he cares for me
You see how he is so deep in love
I know that he loves me cause it's obvious
I know that he loves me cause it's me he trust
and he's missing me if he's not kissing me
and when he looks at me his brown eyes tell it so

I'm so happy, so happy that your in my my life
and baby now that your apart of me
you've showed me
showed me the true meaning of love(the true meaning of love)
and I know he loves me

I know that he loves me cause he told me so
I know that he loves me cause his feelings show
When he stares at me you see he cares for me
You see how he is so deep in love
I know that he loves me cause it's obvious
I know that he loves me cause it's me he trust
and he's missing me if he's not kissing me
and when he looks at me his brown eyes tell it so


He looks at me and his brown eyes tell it so

Monday, June 26, 2006

จะดังใหญ่แล้วนะเนี่ย...


จริงๆอยากเขียนแซวหลายวันแล้วแต่ไม่มีเวลาเีสียที เลิก Seminar ก็ขอเขียนซักหน่อยก็แล้วกัน เพราะเห็นว่าเดี่ยวนี้ดังใหญ่แล้ว เห็นจะงานเยอะทีเดียวเชียว มีสัมภาษณ์ลงนิตยสารด้วย หุหุ
ปล.ด้วยความเคารพ

Tuesday, June 13, 2006

คนธรรมดาที่ได้รับรางวัลโนเบล


ผมได้หลุุดปากเล่าเรืื่อง ให้ใครบางคนฟังคร่าวๆ แล้้วเจ้าตัวก็สนอกสนใจเป็นอันมาก บอกให้้ผมนำมาเล่าให้ฟังในพันทิพย์ ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่ามีคนเคยพูดถึงหรือยัง ถ้ามีแล้วก็ขออภัยที่เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนนะครับ

โคอิจิ ทานากะ วัย 42 ปี เป็นพนักงานบริษัท Shimadzu ที่เกี่ยวกับการผลิต เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ เครื่องมือทางการแพทย์ อุตสาหกรรม ตลอดจน อุตสาหกรรมเครื่องบิน เป็นผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบลเป็นลำดับที่ 12 ของญี่ปุ่น และเป็นบุคคลแรก ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีแล้วได้รับรางวัลโนเบล จากผลงานวิจัยทางเคมีเกี่ยวกับการพัฒนาวิธีสำหรับจำแนกและวิเคราะห์โมเลกุล ทางชีวภาพขนาดใหญ่ (For the development of Methods for identification and structure analyses of biological macromolecules) ร่วมกับ ศาสตราจารย์ จอห์น เฟนน์ แห่งมหาวิทยาลัย เวอร์จิเนีย คอมมอนเวลท์ และ ศาสตราจารย์ เคิร์ท วูธริช แห่งสถาบันเทคโนโลยี แห่งสหพันธรัฐสวิส

ผลงานวิจัยของทานากะ ที่ทำให้เขาได้รับรางวัลโนเบล คือ "the development of soft desorption ionization methods for mass spectrometric analyses of biological macromolecules"

Ref.
http://nobelprize.org/chemistry/laureates/2002/press.html
http://www1.shimadzu.com/about/nobel/noble/index.html
http://www1.shimadzu.com/about/nobel/career.html

Boy friends by แมลงปีีศาจ

เป็นการ์ตูนที่ชอบมากเรื่่องหนึ่ง เก็บไว้นานแล้ว อยากทดลองใช้้ flickr ก็เลยลองกับเรื่่องนี้ซะเลย จะพยายามโพสต์ให้ครบทุกตอนนะ

Sunday, June 11, 2006

Eyezmaze's Grow cube


ลองเล่่นดูได้จากที่่นี่่ Eyezmaze
เป็็นเกมส์์ที่่เล่นง่่ายๆ ไม่่มีีอะไรซัับซ้้อน แต่สนุกดีนะ เล่่นให้้ได้้ level max ทั้งหมดก็็จะผ่่าน ลองดูู

Saturday, June 10, 2006

คำศักสิทธิ์...

"ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง
ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง
ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกมาแก่ท่านเอง
ถ้าท่านทรงธรรมแห่งวิชาชีพไว้ให้บริสุทธิ์"

โจทย์ ถ.พ. ของสารผสม...

เก็บมาจากพันทิพย์เหมือนกัน ... แต่ยังไม่ได้ลองเลยว่า จะทำยังไงดีถึงจะคิดออก..เก็บเอาไว้ก่อน ค่อยๆมานั่งคิดทีหลัง

โจทย์ครับ นำสาร A กะ B มาผสมกัน โดยปริมาตร 2 : 3 ได้ ถ.พ . = 1.22
ถ้าผสมโดย มวลในอัตราส่วน 4 : 5 จะได้ ถ.พ . = 1.08 อยากทราบว่า
ถ.พ. ของ A กะ B เป็นเท่าใด

วิธีของน้าพร

วิธีทำ
ให้ S เป็น ถ.พ., Da เป็นความหนาแน่นของสาร A
Db เป็นความหนาแน่นของสาร B
Ma เป็นมวลของสาร A , Mb เป็นมวลของสาร B,
Va เป็น ปริมาตรของสาร A, และ Vb เป็นปริมาตรของสาร B
ส่วน Dw เป็น water’s Density ครับ

สูตรหลัก
S = {(Ma + Mb) / (Va+ Vb) } / Dw

แทนค่าต่างๆ ในสูตร แล้ว

ครั้งแรก ได้สมการ 20Da + 30 Db = 61 ………….(1)
ครั้งที่สองได้สมการ 12Db + 15 Da = 25 DaDb ………….. (2)

แก้สมการสองสมการนี้ กระทั่งได้ คำตอบครับ

ขั้นตอนการแก้สมการ ขั้นสุดท้ายแก้โดย การใช้
X = [-b (+-) sqr( b^2 – 4ac) ] /2a ครับ

วิธีพี่แมวเหมียวพุงป่อง

สูตรใดๆ จะให้ง่าย ต้องเข้าใจที่มาของสูตร

ถ้า D = ถพ., V = ปริมาตร, M = มวล

มวลรวม = ผลบวกของมวลย่อย (1)
Mt = M1 + M2 + M3 + ... Mn

มวลย่อย = ถพ. * ปริมาตรของมวลนั้นๆ (2)
Mx = DxVx

จาก (1) และ (2)

DtVt = D1V1+ D2V2+ D3V3 + ... DnVn

จุดที่พลาดเสมอๆคือ ในขณะที่ Mt = M1 + M2 + M3 + ... Mn นั้น เป็นจริงทุกกรณีของสถานะสารผสม แต่ Vt ไม่ใช่ V1 + V2 + ... Vn

โดยเฉพาะถ้าสารผสมนั้นเป็นแกส หรือ ของเหลว

นำสาร A กะ B มาผสมกัน โดยปริมาตร 2 : 3 ได้ ถ.พ . = 1.22

ถ้า V คือ ปริมาตร 1 หน่วย, Vt, Va และ Vb เป็นปริมาตร
Dt, Da และ Db เป็น ถพ.

Dt*Vt = 2Va*Da + 3Vb*Db
1.22Vt = 2VaDa + 3VbDb ... (1)

ถ้าผสมโดยมวลในอัตราส่วน 4 : 5 จะได้ ถ.พ . = 1.08
1.08Vt = 4*(VaDa) + 5*(VbDb) ... (2)

อยากทราบว่า ถ.พ. ของ A กะ B เป็นเท่าใด (ตอบ 0.8 กะ 1.5)

ตรง (1) นั่นแหละคือจุดปัญหา
Vt = V1 + V2 หรือเปล่า

ถ้าไม่ใช่ .. ผมก็แก้สมการนี้ไม่ได้ smile
ถ้าใช่ ... สมการ (1) จะกลายเป็น

1.22 * ((2+3)*V) = 2*V*Da + (3*V*Db) ... (1)
6.1*V = 2VDa + 3VDb
2Da + 3Db = 6.1 .... (3)

Confusing English

เก็็บมาจาก Pantip ของพี่หมอเจ...อ่านแล้วขำๆก็เลยเก็บมา...

Confusing English

1. If Fed Ex and UPS were to merge, would they call it Fed UP?

2. Do Lipton Tea employees take coffee breaks?

3. If olive oil comes from olives, where does baby oil come from?

4. If people from Poland are called Poles, why aren't people from Holland called Holes?

5. Do infants enjoy infancy as much as adults enjoy adultery?

6. Why the man who invests all your money called a broker?

7. If horrific means to make horrible, does terrific mean to make terrible?

8. Why is it called building when it is already built?

9. If a book about failures doesn't sell, is it a success?

10. If you're not supposed to drink and drive, then why do bars have parking lots?

11. If you take an Oriental person and spin him around several times, does he become disoriented?

12. If vegetarians eat vegetables, what do humanitarians eat?? Human

Monday, June 05, 2006

คนใจง่าย...

เพลงโปรโมตอััลบั้มใหม่ของ ไอซ์ แห่ง First stage show. เพลงน่ารัักซะจริงๆ

* จั๊ด จ้า ด่า ด้า จั๊ด จั๊ด จ้า ด่า ด้า... ฮู้ว
จั๊ด จ้า ด่า ด้า จั๊ด จั๊ด จ้า ด่า ด้า... ฮู้ว
จั๊ด จ้า ด่า ด้า จั๊ด จั๊ด จ้า ด่า ด้า... ฮู้ว
จั๊ด จ้า ด่า ด้า จั๊ด จั๊ด จ้า ด่า ด้า...

ถูกใจเธอจนได้ ถูกใจเธอจนได้
เมื่อเธอมาทำให้ จิตใจของฉันเต้นรัว
ยิ่งเจอก็ยิ่งชอบ ยิ่งชอบก็ยิ่งกลัว รู้ไหมคนดี

บางทีเธอก็ใช่ บางทีก็ไม่ใช่
ดูเธอมีใจให้ แต่บางทีเหมือนไม่มี
ก็เดาใจเธอยาก ไม่รู้ว่าที่จริงนั้นคิดยังไง

** อย่าทำให้รัก เดี๋ยวมันหลง เดี๋ยวมันรัก
ฉันตั้งหลักไม่ทัน เดี๋ยวจะรั้งไว้ไม่ไหว
รักมันปักหัวใจทำไง จะดึงออกไป ก็ดึงไม่ออก
อย่าทำให้คิด ถ้าไม่รักฉันสักนิด
เข้าใจผิดขึ้นมา ฉันไม่รับผิดชอบ....
มาทำให้เคลิ้มตลอด ถ้าเผลอไปกอด แล้วเธอจะว่ายังไง

(ซ้ำ *)

ก็คนมันใจง่าย ก็เลยชอบคนง่าย
อย่าเลยเธอฉันไหว้ อย่าทำให้ฉันใจสั่น
บอกมาแค่สั้นๆ ถ้ารักฉันเหมือนกัน ก็ว่ากันไป

Sunday, June 04, 2006

ตารางเรียน...

ตารางเรียนอันใหม่มาแล้ว (ก็แหงสิ เปิดเทอมใหม่แล้วหนิ)
พอดี ช่วงนี้เห่อ...ยอมรับว่า เห่อ...เห่อ กูเกิล มากกก เลยใช้ Calendar ดู เจ๋งจริงๆ

Monday, May 22, 2006

Elephants Dream :: Open Movie Project

ก่อนอื่นต้องบอกก่อน ทั้งหมดนี่ได้ข้อมูลจากบล๊อกของคุณ mk อย่างเดียวเลย รวมทั้งรูปด้วย
ผมพยายามใช้คำสั่ง Capture ใน Mplayer Classic แล้วแต่มัน error ไม่รู้ทำไม

Elephants Dream. เป็นหนังที่ทำเป็น Open Movie แถมใช้ Open source software ทำอีก...

ที่ทึ่งไม่ใช่อะไร แต่ทึ่งคนทำมากกว่า ใช้ความพยายามอย่างสูงจริงๆ และก็ทำให้รู้ด้วยว่า Blender เป็นโปรแกรมที่มีศักยภาพสูงมากจริงๆ

เมืองไทยน่าจะลองสนับสนุนให้ใช้งานให้มากกว่านี้นะ ดีกว่าตาม... Maya , 3D-Max นะ

Screenshot







อันนี้โปรแกรมที่ใช้ร่วมกันทำ Open source ล้วนๆ

Saturday, May 20, 2006

จำไว้สอนใจ

เนื้อหาใน Forword mail เป็นดังนี้

"ลองอ่านกันดูนะคะ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้อ่านข่าวนี้ค่ะ มัน
เลวเหนือคำบรรยายจริงๆ อ่านแล้วน้ำตาร่วงเลย

เรื่องของคุณยายอายุเจ็ดสิบ ชื่อคุณยายสง่า สังข์ทอง
พิการ เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น เป็นคนอยุธยา ได้มาอยู่
อาศัยกับลูกคนแล้วคนเล่าในจำนวนสี่คน ที่เมื่อก่อนแม่
เลี้ยงดูฟูมฟักมากับมือจนเติบใหญ่ทั้งสี่คน

แต่บัดนี้ แม่หาประโยชน์มิได้แล้ว รังแต่จะเป็นภาระ
ลูกชาย ลูกสาวนั้นก็พยายามหาทางผลักไส ให้แม่หนีไป
ยายแกก็ไม่รู้จะไปไหนไป สุดท้ายมาขออาศัยลูกชาย ชื่อสุเทพ
ก็เจอลูกสะใภ้ด่าว่าเข้าให้อีก กินข้าวแต่ละมื้อกับน้ำพริก
แม่ก็ต้องกินข้าวเคล้าน้ำตา ในที่สุด ทั้งลูกชาย
และลูกสะใภ้ก็เรียกรถแท็กซี่มาอุ้มแม่ไปทิ้งที่ซอยอ่อน
นุช 46 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2545 พร้อมกับหมาหนึ่งตัวที่
คุณยายแกเหลืออยู่......
คนที่ช่วยเอาไว้ ก่อนจะนำส่งที่สถานสงเคราะห์ เล่าว่า
คุณยายแกไม่กล้ากลับไปอยู่กับลูก เพราะกลัวจะถูกด่าว่า
รังแก เอาแต่ร้องไห้ และบอกว่า ถ้าลูกสำนึกได้แกก็ให้
อภัยเสมอ โธ่เอ๋ย.........

ผมไม่ทราบว่าท่านได้อ่านข่าวเรื่องราวอย่างนี้ จะคิดอย่างไรกัน
เทคโนโลยีก้าวหน้าไป คนไทยช่างทันสมัย
ไม่นึกถึงพระคุณผู้ที่ให้กำเนิดแม้แต่น้อย
ใจโหดร้ายพอที่จะโยนแม่ทิ้งกลางถนนพร้อมกับหมาหนึ่งตัว
ได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน

คนไทยครับ.....เราเป็นอะไรกันไปแล้วหรือ??

อีกความเห็นหนึ่ง คนเราทุกวันนี้ ก็แปลก มองเห็นเพื่อนๆ ที่ทำงาน
หลายคน มุ่งมั่นที่จะมีคู่ครองกันมาก ไม่เคยเห็นใครที่จะมุ่งมั่นเพื่อพ่อ แม่บ้างเลย
ทุกคน อยากทำงาน เก็บเงิน ซื้อรถ เพื่อจะได้ขับไปทำงานอย่างสบาย
อยากซื้อบ้าน เพราะต้องการแยกตัวออกจาก พ่อ แม่
อยากแต่งงาน เพื่อเหตุผลแห่งการสืบพันธุ์อันเป็นธรรมชาติแห่งสัตว์โลก
ทำงานหนัก เพื่อความฟุ่มเฟือย ของตนเอง ไม่ว่างานหนักแค่ไหนทนได้..
แต่ไม่เคยทำงานบ้านเพราะอ้างว่า เหนื่อยมากพอแล้ว
ทุกสิ่งในเนื้องานจำได้หมด ...แต่ไม่เคยจำได้ว่าพ่อแม่ชอบกินอะไร
เจ้านาย อยากได้อะไรทำให้ได้หมด...แต่ไม่เคยทำอะไรให้พ่อแม่
คุณพาคู่รักไปท่องเที่ยว หาอาหารอร่อยๆ กินได้ทุกที่...แต่ไม่เคยแม้แต่ซื้อกับข้าวกลับบ้าน
ทุกคนลืม มองข้าม คนที่รักเรามากที่สุด"


ไม่มีคำพูดใดๆนะ จะจริง / ไม่จริง ไม่สำคัญ คิดว่าคงจะรู้เองว่าอะไรทีสำคัญกว่า

สมัยก่อนตอนเด็กๆจำได้ว่า ป๊า ไปทำงานต่างจังหวัด กลับมาป๊าซื้อตลับเกมส์มาฝาก 2 อัน แล้วป๊าบอกว่า "ซื้อเกมส์มาให้เยอะแยะเลย" ด้วยความที่เป็นเด็กเราก็ไม่รู้คิดว่า คงเป็นสิบตลับ พอเห็นแค่ 2 ก็ว่าน้อยก็เลยบอกไปว่า "แค่ 2 อันเอง" ป๊าตอบว่า "2อันก็เยอะแล้ว" สมัยนั้นไม่เข้าใจหรอกนะ 2 อันก็เยอะแล้วเนี่ย มันเยอะยังไง ก็ทำไมจะไม่เยอะหละ สำหรับคนเงินเดือนไม่กี่พัน ยังซื้อเกมส์ตลับละ 500 ให้ตั้ง 2 อัน ... ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนแล้ว แต่ไม่สำคัญอะไรหรอก เพราะตอนนี้เข้าใจความหมายของคำว่า "2อันก็เยอะแล้ว" ดีแล้ว...

Thursday, May 11, 2006

Chat Bot :: Joey

เป็นเว็บแชตที่ให้เราคุยกับ เอไอที่ชื่อว่า โจอี้ เค้าแนะนำตัวเองว่าเป็นโลมา หน้าตาน่ารัก
คุยแล้วเหมือนคุยกับเด็กๆ สนุกดี แล้วที่สำคัญ เค้าจำชื่อที่เราไปหลอกเค้าไว้ได้ด้วย เจ๋งมากๆ

อยากคุยกับโจอี้ เชิญที่นี่ http://www.quizbox.com/jokes/chat.aspx

Sunday, May 07, 2006

โดนด่า English สะกดอย่างไง จะเอาไปทำ web site

มีคนมาถามคำถามนี้แหละใน หว้ากอ ของพันทิพย์ มีคนตอบเยอะเลยก็เลยเอามาเก็บไว้อ่าน

ความคิดเห็นที่ 1
ลูกสาวบอกว่า
โดนด่า = BEEN TOLD OFF
จากคุณ : ทุ่มเท - [ 7 พ.ค. 49 08:22:01 ]

ความคิดเห็นที่ 2
to curse (vt) แปลว่า ด่า
โดนด่าหรือถูกด่าเป็น passive ต้องตั้งประโยค passive เอาเอง
จากคุณ : nuch_tiew - [ 7 พ.ค. 49 08:23:35 ]

ความคิดเห็นที่ 3
เอาไปเลือกใช้เอาตามความเหมาะสม มีเพียบเลย อิอิ
chide (chid).To subject to criticism or accusation. v.criticize, reprimand, chide, rebuke, reproach, scold, censure, reprove, admonish, call down, dress down, bawl out, chew out (informal), upbraid, berate, denounce, tell off, lambaste, rap, take apart, condemn, skin alive, rake over the coals.

---------------------------------------------------------
Excerpted from American Heritage Talking Dictionary
Copyright © 1997 The Learning Company, Inc. All Rights Reserved.
จากคุณ : Cyber Sage - [ 7 พ.ค. 49 10:02:41 ]

ความคิดเห็นที่ 4
Don Dar
จากคุณ : Teru - [ 7 พ.ค. 49 11:03:06 ]

ความคิดเห็นที่ 5
มีแสลง ที่ขึ้นต้นด้วยตัว P...... ด้วยล่ะ
แต่ไม่อาวไม่พูดดีก่า ><

ว่าแต่ว่า ทำเว็บไซต์รวมไปทำไมเนี๊ยย
จากคุณ : วัยซนฯ - [ 7 พ.ค. 49 11:10:08 A:124.121.5.155 X: TicketID:075904 ]

ความคิดเห็นที่ 6
ข้อความความที่ 4.....// ฮาสุด
จากคุณ : หนุ่มหน้าใสหัวใจติดดิน (Engl'_มาโพสต์) - [ 7 พ.ค. 49 11:13:08 ]

ความคิดเห็นที่ 7
อ้าว .... จขกท เค้าอยากได้แนวๆ คห.4 ไม่ใช่เหรอ แบบว่า ........ ววว.doandar.com อะไรแบบนั้นน่ะ ... หรือเปล่าอ่ะ
จากคุณ : Quiescent - [ 7 พ.ค. 49 11:19:51 ]

ความคิดเห็นที่ 8
to Be Scolded
จากคุณ : อีคิวศูนย์ - [ 7 พ.ค. 49 11:21:20 ]

ความคิดเห็นที่ 9
หากเป็นสแลงอเมริกัน ต้องคำนี้เลยครับ I get my butt shoe. หรือเอาคำสุภาพก็ใช้คำว่า I have got a complain from customer. หรือ I was critized by my boss.
จากคุณ : BoydKansasCity - [ 7 พ.ค. 49 15:22:09 ]

Saturday, May 06, 2006

My Nerd Score ... !!!

ไปเจอจากบล๊อกของคุณต้น เกี่ยวกับ Nerd Approve ก็เลยลองเล่นดูบ้างได้คะแนนเท่านี้แหละ
สนใจอยากลองทำก็คลิกข้างล่างดูได้เลย

I am nerdier than 56% of all people. Are you nerdier? Click here to find out!

Friday, May 05, 2006

Bob : บดินทร์ โกศลพิศิษฐ์ แห่ง ModernNine.

"บ๊อบ" บดินทร์ โกศลพิศิษฐ์

เกิดวันที่ 17 มิถุนายน 2522 ที่จังหวัดชลบุรี เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัวในจำนวนพี่น้อง 6 คน ประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนต้น เรียนโรงเรียนอุดมศึกษา ลาดพร้าว มัธยมปลายโรงเรียนนวมินทราชูทิศเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ปริญญาตรีและปริญญาโทวิศวกรรมศาสตร์ (ไฟฟ้า) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ชอบ กีฬาเทนนิส มีอาหารประเภทปลาเป็นเมนูโปรด ชอบอ่านหนังสือ สาวในอุดมคติต้องฉลาด มีความคิด เก่ง มีไหวพริบ คุยกันได้ทุกเรื่อง ทุกวันนี้มีแฟนแล้ว แต่ยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน

ตำแหน่งหนุ่มแพรว ปี 2000 กรุยทางเข้าวงการบันเทิง เริ่มด้วยภาพยนตร์ ผีสามบาท ตามด้วยละคร สุดดวงใจ ปีกมาร กิเลสมาร นางโจร เป็นพิธีกรรายการ 9 Sci มายา TV และทายได้ให้เลย เป็นผู้ประกาศข่าว เคยได้รับรางวัลเมขลาสาขานักแสดงดาวรุ่งชายจากละครสุดดวงใจ ปี 2544 และเป็น 1 ใน 10 พิธีกรประชาชนนิยม ท็อป อะวอร์ด

รูปอื่นๆของ Bob



Wednesday, May 03, 2006

ของแถมในซองขาว ...

วันนี้ระหว่างทางเดินไปห้องแลบเมื่อตอนเช้า เจอกับ อ.เข้าโดยบังเอิญก็เลยได้รับของที่มาขอไว้นานแล้ว นั่นก็คือ "ซองขาว" ... ได้มาปุ๊บ ขอบคุณ แล้วก็รีบไปแกะออกทันที ข้างในก็เจอสิ่งนี้แถมมาด้วย ...



นั่นสิ พวกเราทำแต่ซองขอ ... แต่ทำไมไม่ทำซองเชิญไปร่วมงานบ้างนะ ...

Wednesday, April 19, 2006

กฎเหล็กของชีวิต...

ไม่ได้ห้ามให้มีรัก เหมือนกฏเหล็กของเกย์หรี่ แต่เป็นสิ่งที่ใช้ทำให้ขีวิตมีความสุขด้วยตัวของเราเอง...แม้ในยามเหงาก็ตาม

1.ไม่มีใครรัก ก็ขอให้รักตัวเอง
เลิกเสียทีกับการรักคนอื่นมากกว่าตัวเอง รักคนอื่นเท่าไหร่ เวลาเค้าทิ้งไปก็เจ็บเท่านั้น
ทาทา ยังร้องเพลงไว้ให้เลย ว่า Cinderella ก็เป็นอัศวินของตัวเองได้ ไม่ต้องรอเจ้าชายขี่ม้าขาว

2.ดูแลตัวเองให้ดูดีที่สุด
ไม่ใช่มีรักก็ปล่อยตัว หากผิดหวังรักขึ้นมา จะหาคนใหม่มันก็ยากนะ

3.จำไว้ว่าพ่อแม่ยังรักเสมอ
อันนี้สำหรับคนที่ชอบพูดว่า "ไม่มีใครรักเราจริงๆเลย"

4.ไม่มีค่าสำหรับใครคนนั้น ก็ยังมีค่าสำหรับประเทศชาติ
อันนี้ก็สำหรับพวกที่อยากฆ่าตัวตาย เมื่อโดนทิ้ง กลับไปดูซิ ประเทศชาติให้เรามาเท่าไหร่ บุญคุณนี้ตอบแทนไปหรือยัง

5.อย่าเอาความรักมาผูกผันกับชีวิต
อย่าให้การมี / ไม่มีของใครบางคนทำให้เป้าหมายของเราต้องพัง นึกให้ขึ้นใจเสียว่า ไม่มีฉันก็อยู่ได้ แต่จงอย่าลืมว่า "ต้องใช้ชีวิตให้มีรัก" แต่จะรักมาก รักน้อย รักชั่วคราว ชั่วข้ามคืนก็แล้วแต่

6.พอใจในสิ่งทีมี
มีคนรักดีกว่าไม่มี มีแล้วก็หัดพอใจด้วย มีแล้วหาใหม่ แบบนี้สมควรโดนประนาม

7.เติมกำลังใจให้ชีวิต เติมรักให้หัวใจ
หัดซื้อของขวัญให้ตัวเองบ้าง ไม่ต้องรอใครมาซื้อให้วันเกิดหรอก ซื้อให้ตัวเองนั้นแหละ แล้วเสน่ห์ที่มีก็หัดใช้โปรยซะด้วย มันเป็นความรู้สึกดีทั้งนั้นแหละ ที่เห็นใครต่อใคร ชอบ ในตัวเรา เลือดมันจะสูบฉีดพลุ่งพล่านไปทั่ว ซ่าบซ่าเลยแหละ

8.ไม่แน่ใจก็รักษาระยะห่างไว้
เมื่อคิดว่าอาจจะรักใครเค้าเข้า ถ้ายังไม่แน่ใจ อย่าเอาหัวใจเข้าใกล้ รักษาระยะห่างไว้ ให้ "ต้นรัก" มันโตขึ้นเองด้วยกาลเวลา และไม่ต้องกลัว "สุนัขคาบไปรับประทาน" หละ

9.ดูคนให้เป็น เลือกคนให้ถูก
ดูคนดี คนมีศีล มีธรรม อย่าเลือกคนที่หน้าตา วุฒิการศึกษา ฐานะทางบ้าน เพราะคนหน้าตาดี การศึกษาดี ฐานะทางบ้านดี เค้าไม่จำเป็นจะต้องเห็นใจเราก็ได้นี่นา ก็เค้าออกจะเป็นที่ต้องการของตลาดเสียขนาดนั้น

10.ลืมอดีตให้ได้แล้ว กล้าที่จะเริ่มในสิ่งใหม่
ทุกคนมีความหลังทั้งนั้น ดีไม่ดี มันก็มี กล้าที่จะลืมอดีต เดินออกสู่โลกกว้าง อย่าลืมใช้ชีวิตให้มีรัก และต้องไม่ลืมด้วยว่า ถ้าจะต้องเจ็บอีก ก็ให้กลับไปดูข้อแรก


แถมกฎเหล็ก 10 ข้อชีวิต เกย์หรี่

1.ห้ามมีีัรัก
2.กลับไปดูข้อแรก
3.กลับไปดูข้อแรก
4.กลับไปดูข้อแรก
5.กลับไปดูข้อแรก
6.กลับไปดูข้อแรก
7.กลับไปดูข้อแรก
8.กลับไปดูข้อแรก
9.กลับไปดูข้อแรก
10.กลับไปดูข้อแรก

Wednesday, April 12, 2006

My new shoe : Nike Impax

เพิ่งไปซื้อมาใหม่ เพราะรองเท้าเดิม Nike Shox นั้นหมดสภาพแล้วอย่างสิ้นเชิง
เป็นคู่ชีวิตกันมานานแล้วนะ สำหรับ Shox ตั้งแต่หัดเริ่มเป็นครูสอนใหม่ๆ
จนตอนนี้ผ่านมาปีกว่าๆแล้ว ถึงหมดสภาพ ดีใจนะครับที่ใช้งานได้คุ้มค่า

เจ้าตัวใหม่นี่ก็หวังว่าจะใช้ได้คุ้มค่าเช่นเดิม

มาดูรูปร่างของมันกันดีกว่า



ตรา Impax ด้านหลังของตัวรองเท้า



และสุดท้ายกับ ราคาค่าตัวของมันครับ แฮะๆ เล่นเอาจน (^_^!)

Saturday, March 25, 2006

Glass2K :: Glass Effect for XP



เป็นโปรแกรมเล็กๆ แต่ช่วยทำให้เกิด Transperence เหมือนใน Vista เลย

ขนาดแค่ 65Kb ใช้งานง่ายๆ ว่างๆก็ลองใช้เล่นดูนะครับ ไม่ต้อง Install
ให้วุ่นวาย เปิดแล้วใช้งานได้เลย ใช้แล้วต้องร้องว่า "โอ้ว เจ๋ง"

Download Here

ชอบนิ้วไหนมากที่สุด ?

เอามาจาก Palm เจ้าเดิม อ่านแล้วก็ชอบครับ นึกแล้วบางทีเหมือนตัวเราจังเลย ผมชอบนิ้วนาง แล้วคุณหละครับ ชอบนิ้วไหน

....นิ้วก้อย....

คุณมักจะตกอยู่ในโลกของความฝันมากกว่าโลกของความเป็นจริง มีนิสัยน่ารักแต่เก็บกดมักไม่ค่อยแสดงความรู้สึกของคุณออกมาให้คนอื่นได้รู้ได้เห็น

ในเรื่องของความรัก คุณมักจะคล้อยตามอารมณ์ ความรู้สึกร่วมไปด้วยเสมอกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่น คุณอาจจะร้องไห้เมื่อเพื่อนสนิทของคุณอกหัก หรืออาจจะกรี๊ดกร๊าดเมื่อเพื่อนคุณมีความสุข เมื่อพบกับหนุ่มหล่อเท่

คุณเป็นคนที่จิตใจเยือกเย็น พอใจในคนรักของตัวเองไม่จุกจิกจนน่ารำคาญใจ ผู้ใดใกล้ชิดหรืออยู่ด้วยก็สบายใจไปแปดอย่าง เวลาที่ชายหนุ่มได้คุยกับคุณสักพักเขาจะรู้สึกสบายใจและสนุกสาน

คุณมีคุณสมบัติของลูกผู้หญิงเต็มตัวลักษณะเด่นของคุณ คือคุณสามารถทำให้ผู้ชายรู้สึกตัวว่าอยู่ด้วยแล้วมีความสุข คุณเป็นคนที่จริงใจกับความรักเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เคยลืมวันสำคัญๆ เลย ลึก ๆแล้วคุณเป็นคนที่โรแมนติกนะจ๊ะ

....นิ้วนาง....

คุณเป็นคนที่เอาแต่ใจตัวเอง หนุ่มใดที่มาใกล้ชิดคุณเอาอกเอาใจคุณ แต่ไม่ได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมา(เสแสร้ง) คุณจะเกลียดมากจนไม่อยากจะเจอะเจออีกเลย

แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ชอบเห็นชายหนุ่มมากหน้าหลายตา
มาตามจีบคุณหรือให้ความสนใจในตัวคุณ

คุณเป็นคนที่กล้าหาญชาญชัย
แต่จะมีอยู่คนหนึ่งที่รู้นิสัยคุณจริง ๆ คือ คนที่ใกล้ชิดคุณเท่านั้น ที่จะรู้ว่าภายใต้ความรู้สึกที่เข้มแข็งของคุณนั้น คือความบอบบางคุณเป็นคนที่ชอบคุยและก็คุยได้สนุกเสียด้วยสิ

การได้โต้เถียงหรือทำตัวเหมือนดื้อรั้นคือความสุขของคุณจริงๆ
คุณอาจจะรู้สึกเหงาหรือไม่มีเพื่อน ถึงแม้คุณจะผิดหวังอกหัก แต่คุณก็สามารถบอกกับใคร ๆ ได้ว่าธรรมดาไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฉันไม่ได้ใส่ใจด้วย ทั้งที่ลึกๆ แล้วคุณปวดร้าวน่าดู ก็แค่ระยะเวลาไม่นานนักคุณก็จะกลับมาเฮฮาปาร์ตี้ได้เหมือนเดิม

....นิ้วกลาง....

คุณเป็นคนที่มีจิตใจรื่นเริงแจ่มใส มีจิตนาการสูงในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ

คุณมีบทบาทมากมายในชีวิตบางทีคุณก็ดูเงียบขรึมบางทีคุณก็ดูร่าเริง
และในบางครั้งคุณก็จะทำตัวเป็นที่น่าส่งสารของผู้ได้พบเห็น

คุณเป็นคนที่อ่อนโยนและเป็นผู้หญิงที่ขี้อายถ่อมตน
คุณมักจะประหม่าหรือเคอะเขินเมื่อยู่ใกล้ชายหนุ่ม นิสัยไม่มั่นใจในตัวเอง คุณจึงกลัวไปทุกเรื่อง กลัวว่าจะสวยไม่พอบ้างล่ะ ..... กลัวว่าหุ่นจะไม่ดีบ้างล่ะ..... กลัวว่าคุณจะไม่ฉลาดพอบ้างล่ะ

หนุ่มใดมาจีบคุณต้องาร้างความมั่นใจให้กับคุณโดยการพูดซ้ำบ่อยๆ
ให้คุณรู้สึกว่าสิ่งที่คุณมีอยู่น่ะดีเลิศวิเศษหรู คุณเป็นคนที่น่ารักที่สุดในสายตาของผม (ทำนองเดียวกับบ้ายอนะแหละ)

....นิ้วชี้....

คุณมักจะชอบทำอะไรแปลก ๆ ที่คนทั่วไปเขาไม่ทำกัน คุณมีเสน่ห์บางอย่างในตัวที่ดึงดูดใจผู้ที่มาใกล้ชิด
มีแบบฉบับการแต่งตัวเป็นของตัวเอง มีความเชื่อมั่นว่าตัวคุณจะดูดีในชุดที่เลือกใส่เอง ไม่จำเป็นที่จะต้องไปวิงตามแฟชั่นให้มันเมื่อยตุ้ม

คุณรักความหรูหราแบบแปลก ๆ ไม่เหมือนใคร
ยิ่งเป็นเครื่องประดับที่แปลกๆ หายากหรือ ไม่เหมือนชาวบ้านด้วยแล้วเป็นอะไรที่คุณโปรดปรานมากเลย

ความเฉลียวฉลาด ความสง่างามของคุณนั้นนับว่าเป้าสาวไฮโซทรงเสน่ห์
ที่มีแรงดึงดูดเพศตรงข้ามได้มากมายมีรสนิยมสูง หนุ่มคนใดหวังจะชวนคุณไปทานข้าวละก็ จำไว้เลยว่าร้านข้าวแกงข้างถนนน่ะชวนได้ครั้งเดียวเท่านั้นล่ะ ต่อไปคุณจะไม่ไปไหนมาไหนกับหนุ่มคนนี้อีก

อย่าลืมว่าคุณชอบของแปลก ๆ ในความแปลกของคุณน่ะคือจุดอ่อน


....นิ้วหัวแม่มือ....


คุณเป็นคนแปลกไม่แคร์สังคม ไม่แคร์สายตาผู้อื่นเป็นตัวของตัวเอง และเป็นแบบฉบับชองตัวเองมากที่สุด

คุณมีความเชื่อมั่นมากและมีความภูมิใจในตัวเองอยู่เงียบ
กฏของสังคมไม่สามารถมาล้อมกรอบคุณได้ทั้งนี้เป็นเพราะ คุณมีความอิสระซ่อนเร้นอยู่มากมายความหลักแหลมซื่อสัตย์ ตะลุยฟันผ่าไปค้นหาในสิ่งที่คุณอยากได้

คุณจะไม่สนใจอะไรแบบมองผ่านๆไปที
ความสนใจของคุณที่มีต่อสิ่งที่คุณสนใจอยู่จึงมีมาก

อารมณ์รุนแรงความโกรธของคุณรุนแรง
กระทั่งสิ่งของเครื่องใช้ที่อยู่ใกล้มือใกล้เท้าก็พังพินาศหมด

Saturday, March 11, 2006

7th Science Project Exhibition

Science Exhibition เป็นงานที่จัดขึ้นเป็นประจำของคณะวิทยาศาสตร์ เริ่มขึ้นเมื่อราวๆ 6 ปีก่อน (ก็แหงสิ ครั้งนี้ครั้งที่7) เพื่อส่งเสริมให้ นศ. ระดับ ป.ตรีของคณะวิทย์ทำ Senior Project ที่มีคุณภาพ

แต่เดิมเคยอ่านความคิดเห็นของคนใน www.pantip.com บอกว่า "วิทยานิพนธ์ของเด็ก ป.ตรีส่วนมากก็คือขยะดีๆนี่เอง"

ผมฟังแล้วเชื่อเช่นนั้นมาตลอด จนตัวเองไม่อยากทำอะไรที่เป็น "ขยะ" ให้สิ้นเปลืองงบประมาณของประเทศชาติ ที่ชาวนาหลังขดหลังแข็งทำนา ขายข้าวจ่ายเงินภาษีให้กับพวกผมได้เรียนหนังสือ...

ผมไม่ได้ลงชื่อจองไว้ในงาน Exhibition หรอกครับ แต่โชคดีที่เพื่อนๆเป็นคนรับเซ็นต์ชื่อหน้างาน เลยพอจะขอเอกสารขออะไรมาได้บ้าง ...

ได้เข้าฟังของพี่โย และ พี่นัท พี่ภาคของผมเอง (แล้วก็ออก)

Project ของพี่นัท น่าสนใจมากๆ

"Replication kinetics and p120-catenin gene expression in human umbilical vein endothelial cells infected with virulent and attenuated clones of dengue-2 virus : Ampa Suksatu"

รวมไปถึงวิธีการนำเสนอ การตอบคำถามด้วยความมั่นอกมั่นใจ ทำเวลาได้ดี นั่นแหละถึงได้บอกว่า ยอมเยี่ยมจริงๆ...

Sunday, March 05, 2006

Masturbation in showers

ไม่รู้จะบอกว่าไงดี เรื่องจริงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ... แต่อ่านแ้ล้วขำมากๆ แต่รู้สึกจะโหดร้ายเนอะ จับตรวจ DNA นี่จะเจอมั้ยเนี่ย สงสัยตอนรัน Electrophoresis คงจะต้องทำให้ Sperm แต่ละตัว แยกจากกันเสียหน่อย ไม่งั้นก็ Proof ไม่ได้อยู่ดีว่าของใคร 5555

Thursday, March 02, 2006

Ronald Brent Javier (Repost)

"เจชอบออกกำลังกาย กินอะไรก็ได้อย่างนั้น เนเจอร์อัพ เนเจอร์อัพ" เป็นโฆษณาแรกของหนุ่ม Brent ในเมืองไทย

นายคนนี้เป็นนายแบบชั้นแนวหน้า และถือกันว่า ดังที่สุด ของฟิลิปปินส์เลยทีเดียว รับตำแหน่ง Mr.Internet Popular Vote (ทำนองเดียวกับ ขวัญใจมหาชนชาวเน็ต) กะเทยเห็นแล้วกรี๊ด เกย์เห็นแล้วร้อง สาวเห็นแล้วต้องเหลียวมอง อะไรทำนองนั้น

ตอนนี้ (ณ วันที่เขียน) อายุ 24 แล้ว สูง 183 cm นน.73 kg
นับเป็น นายแบบที่มีคนจับตามองกันมากที่สุดคนหนึ่ง ณ เวลานี้ครับ



Link ::
Ad Nature up Download ไปดูได้ครับ
Manhunt Official Web

ปล.เอามาลงใหม่ หลังจากเคยลงใน Space พอย้ายจาก Space ก็ลืมเอาตามมาด้วยเลยต้องมาเขียนใหม่

Sunday, February 19, 2006

My life for my family. If theirs end, everything ends.

เอาอีกอันละกัน ไหนๆก็เรียนภาษาอังกฤษแล้ว
อันนี้ก็ที่เก่า เจ้าเดิม Palmplaza เค้าถามเกี่ยวกับ Life & Live ใช้ต่างกันยังไง
Re 1

Live my Life ( ลีฟ มาย ไลฟ)


LIVE ออก เสียง ได้ 2 อย่าง ลีฟ (v) หรือ ไลฟ (adj)


LIFE ไลฟ (n)


Re 2


มันต่างกันตรงหน้าที่ของมัน ความหมายก้อไม่เหมือนกันซะทีเดียวนะครับ


life เป็น คำนาม แปลว่า ชีวิต


live เป็น คำกริยา แปลว่า อยู่ มีชีวิต ดำเนินชีวิต


ดังนั้น คำว่า my live ไม่ถูกต้อง ตามหลัง my ต้องเป็น คำนาม (หรือ คำนามที่มี คำขยายก่อนหน้า เช่น my red book เป็นต้น)


ดังนั้น ไอ้ที่น้องใช้ my live น่ะ เลิกใช้นะครับ ต้องเป็น my life เท่านั้น ส่วนประโยคที่ให้มา มันก้อปรกตินี่ครับ


My life for my family. If their end,everithing end.
It's my life.

มันก้อ ไม่เห้น ต้องใช้ my live นี่ครับ

สรุป ไม่มีคำว่า my live นะ เพราะมันเป็นคำกริยา จะใช้ได้ ต้องตามหลัง ประธาน ที่เป็น นาม หรือ สรรพนามเท่านั่นครับ determinor อย่าง my ต้องตามหลังด้วย คำนาม เท่านั่นครับ นี่คือความเข้าใจของพี่นะ ยังไง ถ้ายังไม่เข้าใจ ลองดูของ คนอื่นๆประกอบ พี่เชื่อว่า น่าจะมีผู้ เข้าใจในภาษา เข้ามาให้ความกระจ่างเพิ่มนะครับ


Re 4


เนื่องจากเคยมีคนถาม และเกี่ยวนิดหน่อย (ออกเสียง ไลฟ)


live show = รายการสด


bring to you live (TV) = ถ่ายทอดสด


Re 5


My life for my family. If theirs end, everything ends.

NB: theirs = their lives
(lives--plural noun; life--singular noun)

Re 7

ท่องไว้นะคะ

I live my life.
I live my life.
Palm ก็ยังเป็นสถานที่ยอดเยี่ยม ที่จะถามคำถามเกี่ยวกับภาษาอังกฤษอยู่ดี ...

Saturday, February 18, 2006

What's wrong? What's happend? What's going on?

มีคนเอามาถามใน Palm ว่า

1. what's wrong?
2. what's happend?
3. what's going on?

ใช้ต่างกันอย่างไร ... น่าคิดมากๆ และก็มีคนเก่งภาษามาตอบให้อย่างละเอียดถี่ถ้วน


Re 1

1. what's wrong? ถ้าพิจารณาในทางอรรถศาสตร์ (semantics) โดยดูคำว่า wrong ซึ่งหมายถึง ผิดหรือไม่ดี ประโยคนี้ก็จะใช้ถามเมื่อผู้พูดต้องการทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรที่ผิดปกติ หรือไม่ดีเกิดขึ้น

2. what happened? ถ้าพิจารณาจากรูปกริยาแสดงอดีตกาลจากคำว่า happened ประโยคนี้จึงควรใช้ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและจบลงแล้วในอดีต หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เกิดอะไรขึ้น? (แล้วในอดีต)

3. what's going on? ในทำนองเดียวกันกับข้อ 2 ซึ่งหน่วยทางภาษาซึ่งมีลักษณะเด่นชัดที่สุดคือหน่วยคำกริยาแสดงการณ์สภาวะใน ลักษณะดำเนินอยู่ (continuous aspect) ดังนั้นประโยคนี้น่าจะใช้ถามเหตุการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนั้น นั่นคือ เกิดอะไรขึ้น? (ในตอนนี้)

Re 2

What's wrong? เป็นอะไรเหรอ? ต้องมีเหตุให้ถาม เช่น เพื่อนเดินหน้าตูมเป็นตูดมาแต่ไกลเราก็ถามประโยคนี้

What happened? เกิดอะไรขึ้น -- คือมันเกิดแล้วจบแล้ว เช่น มาถึงที่ทำงานแล้วประตูถูกล็อก เพื่อนร่วมงานยืนออกันเต็ม ต้องเกิดอะไรขึ้นแน่ๆ

What's going on? อะไรกันน่ะ? มีอะไรกันเหรอ? ใช้ถามในเรื่องที่เราไม่รู้ และเรื่องยังดำเนินอยู่ หรือถามแบบไม่ต้องการคำตอบก็จะแปลได้ว่า "อะไรกันเนี่ย" เห็นอะไรแปลกๆ น่างงก็ถามว่า "Hey, what's going on here?" ได้

แถมให้หนึ่งประโยค "How's it hanging" = "What's up?" = "How're you doing?" แปลว่า "เป็นไง" ไม่ใช่ "มันห้อยโตงเตงดีอยู่หรือเปล่า"

Re 3

1. คำถามดี น่าสนใจนะครับ
ผมใช้ทั้งสามประโยคนี้ตลอดเวลาแต่ไม่เคยคิดเลยว่ามันต่างกันอย่างไร แบบว่าใช้ไปตามสัญชาตญาณน่ะครับ แต่ก็คิดว่าไม่เคยใช้ผิด
2.ที่ถูกจะต้องเขียนว่า What's happened? ครับ
3. สามประโยคนี้มีที่ใช้ต่างกันนิดหน่อย อธิบายค่อนข้างยากครับ

ประโยคที่เป็นกลางๆที่สุดคือ What's happened? แปลเป็นไทยง่ายๆว่า มีอะไรเหรอ?

What's wrong? แปลเป็นไทยคงคล้ายๆ มีอะไรรึเปล่า? (เห็นไหมครับว่าแปลแทบเหมือนกันเลย หรือผมแปลผิดเนี่ย) เท่าที่รู้มีสองกรณีคือ ถามด้วยความเป็นห่วง เช่น เห็นเพื่อนหน้าเศร้าแล้วเราเข้าไปถามจะช่วยเขา แต่ก็เป็นไปได้ว่าเป็นการถามหาเรื่องได้เหมือนกัน อันนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ฟันธงไม่ได้แน่นอน

What's going on? ก็แปลเป็นไทยได้คล้ายกันมากครับ แต่มักใช้ในกรณีที่บุคคลอื่นเขากำลังทำอะไรกันอยู่แล้วเราทะลุเข้าไปในวง คำถามนี้อาจใช้สื่อความว่า กรูงงมากว่าพวกมึงกำลังทำอะไรกันอยู่เนี่ย หรือ สื่อว่าพวกมึงมีความลับปิดบังกรูอยู่ใช่ป่าว

Re 5

แถมตัวอย่าง What's wrong อีกนิดครับ

ถาม What's wrong? เฉยๆ ไม่ถือว่ากวน (นอกจากทำเสียงกับหน้ากวนทีน) แต่ถ้า

What's wrong with you? นี่มักจะใช้เวลาอดรนทนไม่ไหว (เช่น แม่งงี่เง่าจริง) หรือไม่ก็หาเรื่อง แต่ไม่ใช่อยู่ๆ จะเดินมา

What's wrong with you เลยนะครับ ต้องมีอะไรมาก่อนแล้ว

ถ้าอยากหาเรื่องก็นี่ะเลย You have a prob', man? แล้วก็เตรียมต่อยเลยครับ

Is there a problem? มีปัญหาอะไรหรือ

What's the problem? ถามไถ่ด้วยความห่วงใยหรือฉุนขาด แล้วแต่สถานการณ์

นายผมเคยถามคำนี้ตอนที่ซื้อของแล้วพนักงานดันช้า คิดตังไม่เสร็จสักที "What seems to be the problem?"เสียงเฉียบขาด หน้าเย็นชา พนักงานวิ่งกันกระเจิงเลยครับ

What happened? กับ What's happened? อันนี้ผมยืนยันอันแรก ไม่เคยได้ยินใครถามขึ้นมาลอยๆ ว่า What's happened? แต่ถ้ามีคำขยายน่ะโอเค What's happened to Baby Jane? อันนี้ชื่อหนัง

I'm saddened by what's happened in the South. ข้าพเจ้ารู้สึกเศร้าสลดต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางภาคใต้ (เหตุการณ์ยังไม่จบ) What's happened to Thai values? ค่านิยมไทยเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย What's ตรงนี้ย่อมาจาก What has ไม่ใช่ What is

Re 8

ขอแก้ไขข้อมูลของหลายๆรีด้านบนหน่อยนะ..ทั้ง What's happened? และ What happend? สามารถใช้ได้ทั้งคู่ แต่ถ้าจะใช้แบบลอยๆโดยไม่มีวลีอื่นมาขยาย ฝรั่งส่วนใหญ่นิยมใช้ "What's happened?" มากกว่า ไม่ใช่อย่างที่รี 5 กล่าวไว้

สำหรับความหมายของสองประโยคนี้ มีความใกล้เคียงกันมาก แต่แตกต่างกันในรายละเอียดด้านเวลา

What's happened? ย่อมาจาก What has happened? ซึ่งเป็น Present Perfect Tense ดังนั้นประโยคนี้จึงเป็นการถามถึง "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และยังส่งผลต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน" เช่น เราเดินเข้าไปในตึกๆหนึ่งแล้วเห็นคนมุงอะไรเยอะๆมีกลุ่มควันลอยมาจากด้าน หลัง เราต้องถามว่า "What's happened?" เพราะเหตุการณ์นั้นได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ยังคงส่งผลจนถึงขณะที่ถาม (ถ้าไม่ส่งผลเราจะเห็นคนมุง และจะเห็นกลุ่มควันไหมล่ะ.. จริงไหม?) ซึ่งโดยปกติแล้วในชีวิตจริง เวลาเราจะถามใครว่า "เกิดอะไรขึ้น?" เหตุการณ์นั้นมักจะยังคงเกิดอยู่ในระหว่างที่ถาม หรือยังคงส่งผลถึงเวลาในขณะนั้น เราจึงต้องถามด้วย Present Perfect Tense

แต่ What happended? เป็น Past Tense ใช้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและจบลงแล้วอย่างสมบูรณ์ แต่เราเสือกไปได้ยินคนคุยกัน หรือเสือกรู้มาก แล้วเสร่ออยากรู้กับเขาบ้าง (ชาวบ้านเขาคุยกันจนหีแฉะไปหมดแล้ว มันจบไปตั้งนานแล้ว แต่เราเพิ่งสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น) เช่น เราแอบได้ยินคนคุยกันว่าเมื่อสองสัปดาห์ก่อนมีคนผูกคอตายในห้องน้ำริมสุด แต่เราได้ยินไม่ชัด รู้แต่ว่ามีอะไรตายๆสักอย่างเมื่องสองสัปดาห์ก่อน เราก็เลยถามว่า "What happended here two weeks ago?" ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเราใช้ Past Tense และจะไม่ใช้ลอยๆ แต่จะมีเงื่อนเวลามาผูกเข้ากับประโยคด้วยเพื่อให้รู้ว่าเป็นเหตุการณ์ในช่วง ไหน .. 5 นาทีก่อน.. 2 วันก่อน.. สองสัปดาห์ก่อน... หรือเมื่อชาติที่แล้ว เพราะเหตุการณ์มันจบไปแล้ว คนก็ตายไปแล้ว ศพถูกเคลื่อนย้ายไปแล้ว เชือกที่ผูกคอตายก็เก็บไปแล้ว ไม่เหลืออะไรทั้งสิ้น เหลือแต่เหตุการณ์ในอดีตที่เขาเม้าท์กันเท่านั้น ถ้าไม่ระบุเวลาใครจะตรัสรู้ว่ามึงถามถึงเหตุการณ์ไหนในอดีต เพราะมันไม่ใช่เหตุการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องอยู่ ณ ขณะที่ถาม จะได้ชี้ชัดได้ว่ามึงถามถึงเหตุการณ์นี้ๆๆนะ

แต่ ในทางกลับกัน ถ้าหากเราเดินเข้าห้องน้ำแล้วเห็นคนมุงเต็มไปหมด เห็นเจ้าหน้าป่อเต๊กตึ๊งกำลังห่อศพอยู่ในส้วม เราต้องถามว่า "What's happened?" เพราะเหตุการณ์นั้นยังคงดำเนินอยู่ ณ ขณะที่ถาม

อ้อ.. แต่บางครั้ง "What happended?" ก็มีคนใช้ลอยๆเหมือนกัน แต่ไม่ขอกล่าวถึง เพราะจะยาวเกินไป

ขออภัยที่พิมพ์ happened ผิดหลายจุด เผลอไปใส่ตัว d หลัง happen เป็น happended

Re 9

ใช้ได้ทั้ง 2 แบบค่ะ

what happened? ถามเรื่องที่เกิดขึ้นและจบลงแล้วในอดีต ค่อนข้างจะเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงหรือไม่ได้อยู่ในแผนการณ์ที่เตรียมไว้

ส่วน what's happened? เป็นการถามถึงในสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีตและส่งผลถึงปัจจุบัน ถ้าผลของการกระทำนั้นยังไม่เปลี่ยนแปลงก็สามารถใช้ประโยคนี้ถามได้ค่ะ

ถ้า มองอีกแง่ เรายังสามารถใช้ present perfect ถามถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นแล้วในอดีตแต่เราไม่แน่ใจ เทียบกับ "Have you had breakfast?" (ทานข้าวแล้วหรือยัง?)ถ้าเขาทานแล้วในอดีตก็เท่ากับผลของการกินซึ่งก็คือ "ความรู้สึกอิ่ม" ยังคงปรากฏอยู่ในปัจจุบัน

Tuesday, February 07, 2006

ชื่อผม แปลได้แบบนี้เอง

มีคนถามาหลายทีแล้ว ทำไมถึงเปลี่ยนชือเป็น ภวิทน์พล
อันที่จริงอยากจะบอกว่า เลือกชื่อนี้เพราะ่ว่า เมื่อบอกให้ใครเขียนชื่อ
คนๆนั้นคง จะนึกไม่ออกเลยทีเดียว แค่นี้เอง...

ภวิทน์พล อ่านว่า พะ - วิน - พน แปลว่า เจ้าแห่งภพผู้มีพลัง
หรือพลังของผู้ยิ่งใหญ่ (ก็ความหมายเดียวกัน)

อืม ... จริงๆที่หลายๆคนถามแล้วไม่บอก ไม่ใช่อะไรหรอก คือว่า จำคำแปลไม่ได้...

ตอนนี้เอามาลง Blog แล้ว คงจะไม่ลืมง่ายๆ

Saturday, January 07, 2006

ประโยคเด็ดแห่งปี

ว่าจะเขียนอยู่นานแล้วแต่ก็ไม่ได้เริ่มเขียนเสียที เอาเป็นว่ามันเป็นคำพูดที่ฟังแล้วผมเกิดอาการหมั่นไส้ คลื่นไส้ อยากอ้วก หรือสมน้ำหน้า ทราบซึ้งอย่างสุดๆละกัน

1. Q "อยากน้ำหนักลดทำยังไง"
A "ให้ผัวมีชู้"

Q "อยากดูดีขึ้นทำยังไง"
A "เลิกกับผัวซิ"
By Ann กกท

2. "นี่หรือคือคำพูดของสิ่งมีชีวิตที่มีอัตราส่วนของสมองต่อน้ำหนักตัวมากที่สุดใน Kingdom Animalia"
By Aooda BTMU

3. "กรูหนะไม่หล่อหรอก แต่หน้าตากรูหนะ...ได้...."
By Aooda BTMU

4. "วันนี้ ... ติ๊กตอกสวยจัง"
"จริงหรอป้อ"
"แล้วตั้งแต่รู้จักกันมา 3 ปี เคยเห็นเราพูดความจริงมั้ยหละ"
By Por BIMU

5. "ฤทธิ์พูดไม่เก่งหรอก แต่ฤทธิ์อาศัยความน่ารักเข้าช่วย"
By ฤทธิ์ กกท.

6. "เมื่อก่อนผมพยายามจีบเค้า ... แต่ไม่ติด... ช่างมันเหอะ ... เดี่ยวนี้ผมเนื้อหอม ..."
By Ohm

7. "ถ้าเอิร์ทผอมขวัญก็ขาวแล้ว"
By Por Ya Kim Sand Phai BIMU

8. "ชั้นเป็นประธานสมาคมผู้ดีเก่าชาวสยาม"
By Kwan BIMU

9. "คนอย่างแกเนี่ยก็ดีนะ แรกคบเป็นยังไง คบกันไปก็ยังงั้น เลวเสมอต้นเสมอปลาย"
By Bank BIMU

10. "แฟนชั้นถึงหน้าจะเน่าแต่เป้าเลิศนะ"
By Pond กกท

11. "กะเทยหัวโปก กะโหลกไขว้ ใจเกินหญิง EVERYTHING SHE CAN !!!"
By Kwan BIMU

12. "คิดว่าเกิดใหม่แล้วจะหน้าตาดีกว่านี้หรอ"
By Doctor RA.

13. "คำพูดของมันออกมาเองจากไขสันหลังแบบ Reflec arc ไม่ต้องผ่านสมองเลย"
By Phai BIMU


เอาไว้ก่อน ดูจะมีอีกเยอะไว้จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปลายๆปีจะรวบรวมเป็นพจนานุกรม

Sunday, January 01, 2006

Wild Album Time -- The New Age Classic Song

จะว่าไปก็ออกมานานแล้วนะ กับอัลบั้มนี้ เพียงแต่เพิ่งสนใจก็เท่านั้นเอง ทั้งอัลบั้มเป็นเพลง Instrumental + Chorus ทั้งหมด ไม่มีคนร้องแต่ฟังแล้วเพราะจริงๆ แต่ก็มีบางเพลงที่ฟังแล้วเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกปลื้มอะไร

Track ที่น่าฟังเห็นจะมี String Fever กับ Hipnotic เพลงจังหวะสนุกสนานฟังง่ายๆ ลองฟังดูนะ

Wild - Time