Saturday, May 20, 2006

จำไว้สอนใจ

เนื้อหาใน Forword mail เป็นดังนี้

"ลองอ่านกันดูนะคะ ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้อ่านข่าวนี้ค่ะ มัน
เลวเหนือคำบรรยายจริงๆ อ่านแล้วน้ำตาร่วงเลย

เรื่องของคุณยายอายุเจ็ดสิบ ชื่อคุณยายสง่า สังข์ทอง
พิการ เดินไม่ได้ ต้องนั่งรถเข็น เป็นคนอยุธยา ได้มาอยู่
อาศัยกับลูกคนแล้วคนเล่าในจำนวนสี่คน ที่เมื่อก่อนแม่
เลี้ยงดูฟูมฟักมากับมือจนเติบใหญ่ทั้งสี่คน

แต่บัดนี้ แม่หาประโยชน์มิได้แล้ว รังแต่จะเป็นภาระ
ลูกชาย ลูกสาวนั้นก็พยายามหาทางผลักไส ให้แม่หนีไป
ยายแกก็ไม่รู้จะไปไหนไป สุดท้ายมาขออาศัยลูกชาย ชื่อสุเทพ
ก็เจอลูกสะใภ้ด่าว่าเข้าให้อีก กินข้าวแต่ละมื้อกับน้ำพริก
แม่ก็ต้องกินข้าวเคล้าน้ำตา ในที่สุด ทั้งลูกชาย
และลูกสะใภ้ก็เรียกรถแท็กซี่มาอุ้มแม่ไปทิ้งที่ซอยอ่อน
นุช 46 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2545 พร้อมกับหมาหนึ่งตัวที่
คุณยายแกเหลืออยู่......
คนที่ช่วยเอาไว้ ก่อนจะนำส่งที่สถานสงเคราะห์ เล่าว่า
คุณยายแกไม่กล้ากลับไปอยู่กับลูก เพราะกลัวจะถูกด่าว่า
รังแก เอาแต่ร้องไห้ และบอกว่า ถ้าลูกสำนึกได้แกก็ให้
อภัยเสมอ โธ่เอ๋ย.........

ผมไม่ทราบว่าท่านได้อ่านข่าวเรื่องราวอย่างนี้ จะคิดอย่างไรกัน
เทคโนโลยีก้าวหน้าไป คนไทยช่างทันสมัย
ไม่นึกถึงพระคุณผู้ที่ให้กำเนิดแม้แต่น้อย
ใจโหดร้ายพอที่จะโยนแม่ทิ้งกลางถนนพร้อมกับหมาหนึ่งตัว
ได้อย่างไม่อายฟ้าอายดิน

คนไทยครับ.....เราเป็นอะไรกันไปแล้วหรือ??

อีกความเห็นหนึ่ง คนเราทุกวันนี้ ก็แปลก มองเห็นเพื่อนๆ ที่ทำงาน
หลายคน มุ่งมั่นที่จะมีคู่ครองกันมาก ไม่เคยเห็นใครที่จะมุ่งมั่นเพื่อพ่อ แม่บ้างเลย
ทุกคน อยากทำงาน เก็บเงิน ซื้อรถ เพื่อจะได้ขับไปทำงานอย่างสบาย
อยากซื้อบ้าน เพราะต้องการแยกตัวออกจาก พ่อ แม่
อยากแต่งงาน เพื่อเหตุผลแห่งการสืบพันธุ์อันเป็นธรรมชาติแห่งสัตว์โลก
ทำงานหนัก เพื่อความฟุ่มเฟือย ของตนเอง ไม่ว่างานหนักแค่ไหนทนได้..
แต่ไม่เคยทำงานบ้านเพราะอ้างว่า เหนื่อยมากพอแล้ว
ทุกสิ่งในเนื้องานจำได้หมด ...แต่ไม่เคยจำได้ว่าพ่อแม่ชอบกินอะไร
เจ้านาย อยากได้อะไรทำให้ได้หมด...แต่ไม่เคยทำอะไรให้พ่อแม่
คุณพาคู่รักไปท่องเที่ยว หาอาหารอร่อยๆ กินได้ทุกที่...แต่ไม่เคยแม้แต่ซื้อกับข้าวกลับบ้าน
ทุกคนลืม มองข้าม คนที่รักเรามากที่สุด"


ไม่มีคำพูดใดๆนะ จะจริง / ไม่จริง ไม่สำคัญ คิดว่าคงจะรู้เองว่าอะไรทีสำคัญกว่า

สมัยก่อนตอนเด็กๆจำได้ว่า ป๊า ไปทำงานต่างจังหวัด กลับมาป๊าซื้อตลับเกมส์มาฝาก 2 อัน แล้วป๊าบอกว่า "ซื้อเกมส์มาให้เยอะแยะเลย" ด้วยความที่เป็นเด็กเราก็ไม่รู้คิดว่า คงเป็นสิบตลับ พอเห็นแค่ 2 ก็ว่าน้อยก็เลยบอกไปว่า "แค่ 2 อันเอง" ป๊าตอบว่า "2อันก็เยอะแล้ว" สมัยนั้นไม่เข้าใจหรอกนะ 2 อันก็เยอะแล้วเนี่ย มันเยอะยังไง ก็ทำไมจะไม่เยอะหละ สำหรับคนเงินเดือนไม่กี่พัน ยังซื้อเกมส์ตลับละ 500 ให้ตั้ง 2 อัน ... ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนแล้ว แต่ไม่สำคัญอะไรหรอก เพราะตอนนี้เข้าใจความหมายของคำว่า "2อันก็เยอะแล้ว" ดีแล้ว...

1 comment:

Anonymous said...

เห็นด้วยอย่างแรง ทำไมมะมีความรู้สึกด้านดี (จิตสำนึกดี ) กันเลยนะ