Sunday, April 15, 2007

ว่าด้วยเรื่องของ Vitamin C

ตัดมาจากที่ผมตอบกระทู้ไว้ที่ หว้ากอ
วิตามินซี
รูปสามัญคือ Ascorbic Acid ข้อเสียในรูปนี้ก็คือ เป็นกรด อาจเกิดระคายเคืองได้ เสื่อมสภาพได้ง่ายมาก ข้อดีคือ ราคาถูก และเป็น effective form

ในเมืองไทย ส่วนใหญ่ก็ใช้ ascorbic acid ทำในรูปอัดเม็ดขายราคาถูก ส่วนผสมอื่นๆที่ใช้ใส่ให้เต็มเม็ดก็ไม่พ้นแป้ง อาจมีน้ำตาลอีกนิดหน่อย ถ้าเป็นแบบใส่ปากอม

ในขณะที่ derivative ของมันอย่าง
  • sodium ascorbate
  • calcium ascorbate,
  • potassium ascorbate,
  • ascorbyl palmitate
  • Magnesium ascorbyl phosphate (ถ้าจำไม่ผิดไม่ใช่ food grade แต่ใช้ในเครื่องสำอางได้)
มีการดูดซึมดีกว่า ลดการแพ้ได้ดี และเสถียรกว่าเป็นไหนๆ จึงนิยมใช้กันในวิตามินซีในยี่ห้อชั้นนำ

จากนอกนี้ยังเติม additive อื่นๆ เพื่อเสริมการทำงาน หรือเสริมการดูดซึม เช่นใน Vit C ของ blackmore

Vit C 1000 mg จะประกอบไปด้วย

Ascorbic acid 400 mg
Sodium ascorbate 350 mg
Calcium ascorbate 400 mg (equiv. to vitamin C 1000mg)
Citrus bioflavonoids 25 mg
Rutin 50 mg
Hesperidin 50 mg
Rosa canina 250 mg
Acerola 50 mg

จะเห็นว่าตัวสำคัญจริงๆ คือ Ascorbic acid 400 mg แต่เค้าก็ได้ใส่ derivative ของมันอย่าง Sodium ascorbate / Calcium ascorbate เพิ่มเติม จนกลายเป็น 1000 (จริงๆมากกว่า 1000 อีก) หนำซ้ำยังใส่ Bioflavonoid เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม Rutin / Hesperidin ก็เช่นกัน และยังมี Rosa canina / Acerola ซึ่งก็เป็นทำนอง สารสกัดผลไม้ ดอกไม้ที่มีวิตามินซีสูง คล้ายๆ น้ำลูกพรุนบ้านเรา

Additive เหล่านี้มักทำให้สินค้ามีราคาแพงโดยไม่จำเป็น ... และ การที่เป็นสินค้าจากเมืองนอก ทำนอกประเทศ หรือมีราคาแพง ย่อมเกิด Placebo Effect เสมอ
ดัดแปลงแก้ไขใหม่อีกที เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น

1 comment:

Fronde said...

Thanks for writing this.