Sunday, February 24, 2008

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับน้ำตาลและโรคหลอดเลือดหัวใจ



ตอนที่อ่านประกาศฉบับนี้ในหนังสือพิมพ์จบ ผมก็จัดแจงถอดหนังสือพิมพ์ออกมาจากตัวเล่มเลย (เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีนะ) เอากลับมาบ้านจัดการ scan เก็บแล้วก็เอามาโพสต์นี่แหละ

ใครอ่านแล้วรู้สึกอย่างไรบ้างกับ คำประกาศนี้ โพสต์ลงไว้ใน Comment ด้วยนะ

โรคหลอดเลือดหัวใจ มันไม่เกี่ยวกับน้ำตาลโดยตรง ... นั่นถูกต้องครับ แต่ถ้าเราดูดีๆแล้ว ถ้าเราบริโภคน้ำตาลเกินพอดี เราก็จะได้พลังงานที่มากเกินความจำเป็น แล้วทีนี้มันก็จะกลายเป็นพลังงานสะสมในร่างกายของเรา ซึ่งจะอยู่ในรูปของไขมันครับ ทีนี้น้ำตาลก็เป็นสาเหตุของความอ้วนได้แล้ว

งานวิจัยของสถาบันวิจัยโภชนาการ มีอยู่เรื่องนึง เกี่ยวกับการกินขนมกรุบกรอบ และน้ำอัดลมในเด็กอ้วนพบว่า เด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือว่า อ้วนนั้น มักจะกินน้ำอัดลมมากกว่า เด็กที่ผอม และเด็กที่อ้วนก็มักจะกินขนมน้อยกว่าเด็กที่ผอมครับ เพราะงั้นสาเหตุหลักที่ทำให้อ้วนก็คือ การดื่มน้ำอัดลมในปริมาณที่มากเกินพอดี หรือการรับน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินพอดีนั่นเอง

ตัวของน้ำตาลเองการบริโภคในปริมาณเยอะๆ มักจะทำให้เกิดการสวิง (เปลี่ยนปริมาณ) อย่างรวดเร็วของระดับน้ำตาลในเลือด จนทำให้ตับอ่านต้องรีบหลั่ง อินซูลินออกมาในปริมาณมาก เพื่อคุมน้ำตาล แต่เมื่อร่างกายหลั่ง อินซูลิน จนน้ำตาลลดระดับลงแล้ว ยังคงจะมีอินซูลินเหลืออยู่เสมอ และมักจะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลตกได้ ดังนั้นการทานน้ำตาลมากๆจึงไม่ใช่ผลดีต่อสุขภาพแต่อย่างใด

ตามหลักโภชนบัญญัติบอกไว้ว่า ปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมกับที่เราควรจะทานคืออยู่ที่ 10% ของความต้องการพลังงานในแต่ละวัน ถ้าเทียบกับ DRI หรือความที่ต้องการพลังงานในแต่ละวันเฉลี่ย 2000 Kcal แล้ว 10% ก็คือ 200 Kcal 1 กรัมของ ซูโครสให้พลังงาน 4 Kcal 200 Kcal จึงเทียบได้เป็นน้ำตาล 50 กรัม หรือ 10 ช้อนชา หรือ 3 ช้อนโต๊ะ

แล้วทีนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่าในอาหารสำเร็จที่เรากิน มันจะมีน้ำตาลเท่าไหร่
อย่างแรกเลยคือ ดูฉลากโภชนาการ ดังตัวอย่างเป็นของผลิตภัณท์ ปลาทูน่า Nautilus (ซึ่งได้มาจากที่นี่)


จะเห็นว่าในฉลากโภชนาการจะมีปริมาณน้ำตาลบอกอยู่ในหมวดคาร์โบไฮเดรตเลย

หรือถ้าไม่อย่างนั้นเราก็ยังสามารถคำนวนได้จากปริมาณส่วนประกอบได้อีกเช่น น้ำหวานชนิดหนึ่งบอกปริมาณส่วนประกอบไว้ดังนี้

xxx 30 %
yyy 15 %
zzz 20 %
น้ำตาล 10 %
น้ำหนักสุทธิ 135 กรัม

% ที่บอกคือ % น้ำหนักของน้ำตาล ต่อผลิตภัณท์ทั้งหมด นั่นแปลว่า ถ้าเอาอาหารนี้มา 100 กรัมจะมีน้ำตาล 10 กรัม ส่วนอาหารในตัวอย่างนี้มีน้ำหนัก 135 กรัม ก็จะมีน้ำตาล = (10x135)/100 = 13.5 กรัม คิดเป็น 2.7 ช้อนชา หรือเกือบๆ 1 ช้อนโต๊ะ

อย่าลืมนะครับว่า สรุปแล้วแม้น้ำตาลจะไม่ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่มันก็ทำให้เป็นโรคอ้วน ซึ่งเ็ป็นสาเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจได้ครับ

No comments: