Tuesday, March 18, 2008

แฉจะจะซุปไก่สกัด คุณค่าแค่น้ำประปา

แฉจะจะซุปไก่สกัด คุณค่าแค่น้ำประปา

ม.มหิดล/มูลนิธิเพื่อผู้ บริโภค สถาบันวิจัยโภชนาการมหิดล แจงให้เห็นกันจะจะ ซุปไก่สกัดยี่ห้อดังมีคุณค่าสารอาหารด้อยกว่าไข่ไก่และนม ชี้คนไทยขาดความรู้ต้นเหตุตกเป็นเหยื่อขณะที่ตลาดอาหารเสริมกว่า 3 พันล้านยั่วน้ำลายผู้ผลิตเร่งโหมโฆษณา เลี่ยงบาลีไม่เคยบอกถึงคุณค่าทางอาหารด้านแพทยสภาออกกฎเข้มห้ามหมอยุ่งกับ การส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทุกประเภท หากฝ่าฝืนมีสิทธิ์ถูกพักใบอนุญาต ด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาระบุ การดื่มซุปไก่สกัดแล้วทำให้คลื่นสมองแอลฟ่าเพิ่มขึ้นช่วยให้ความจำดีขึ้น เป็นงานวิจัยเกินจริง มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคอัดยับทั้งผู้ผลิตและคนทำหนังโฆษณา ควรมีจรรยาบรรณกันบ้างเผยเคยเตือนกันแล้วแต่ไม่มีคนเชื่อ ข้างผู้บริหารเซเรบอสยังปิดปากเงียบ

จากกรณีที่สำนักงานคณะ กรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สั่งเบรกโฆษณาซุปไก่สกัดตรา "แบรนด์" ชุดล่าสุดที่ได้นำแพทย์ชื่อดังมาเป็นพรีเซ็ตเตอร์ เนื่องจากขัดกับหลักเกณฑ์ชัดเจนที่ห้ามนำแพทย์หรือนักวิชาการสาขาใดมาเป็น ผู้นำเสนอโฆษณาผลิตภัณฑ์ โดยได้สื่อภาพเด็กเมื่อได้ดื่มซุปไก่สกัดแล้วจะมีพลังงานไปเลี้ยงสมองมาก ขึ้น ซึ่งทางผู้บริหารของบริษัทเซเรบอสเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้รับปากกว่าจะพิสูจน์ ให้เห็นถึงผลการวิจัยก่อนนำเสนอภาพยนตร์โฆษณาที่ระบุว่าเป็นเพียงสารคดีให้ ความรู้อีกครั้ง

เปรียบเทียบปริมาณสารอาหารในจำนวนเงิน 40-42 บาท

พลังงาน (กิโลแคลอรี) - ซุปไก่สกัด 13 - ไข่ไก่ 2,187 - นมกล่อง 775
โปรตีน ( กรัม ) - ซุปไก่สกัด 3 - ไข่ไก่ 176 - นมกล่อง 42
ไขมัน ( กรัม ) - ซุปไก่สกัด 0 - ไข่ไก่ 154 - นมกล่อง 40
แคลเซียม (มิลลิกรัม ) - ซุปไก่สกัด 0.5 - ไข่ไก่ 824 - นมกล่อง 1,475
เหล็ก (มิลลิกรัม ) - ซุปไก่สกัด 0.25 - ไข่ไก่ 42 - นมกล่อง 1.25

สถาบันวิจัยชี้จุดอ่อนคนไทย
ขาดความรู้ต้นเหตุ "เหยื่อ"

รศ. ดร.ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผย "สยามธุรกิจ" ว่า ปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ยังขาดความรู้เรื่องโภชนาการอาหารกับสุภาพเป็นอย่าง มากว่าอาหารที่รับประทานเข้าไปในแต่ละวันมีสารอาหารอะไรบ้างที่ร่างกายต้อง การทั้งนี้สารอาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงร่างกายและสมองประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน ทั้งสี่ชนิดนี้เป็นอาหารที่มีความจำเป็นมากต่อร่างกายที่ผู้บริโภคต้องรับ ประทานให้ครบถ้วนในแต่ละวัน โดยไม่ต้องไปพึ่งพาอาหารประเภทบำรุงร่างกายแต่อย่างใด

จากความไม่ รู้ดังกล่าวส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนมากได้หันไปเลือกซื้อสินค้าตามที่โฆษณา ทางสื่อทีวีและหนังสือพิมพ์ที่มีการโอ้อวดสรรพคุณว่า มีสารอาหารที่ครบถ้วนผสมอยู่ ตัวอย่างเช่น สินค้าบำรุงร่างกายประเภทซุปไก่สกัดที่ระบุว่าดื่มแค่เพียงขวดเดียวก็ สามารถทดแทนอาหารได้ครบถ้วน ประเด็นดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการบางรายพบช่องว่างทางการตลาดที่มีโอกาส เติบโตได้อีกมาก ดังนั้นจึงได้โหมโฆษณาเพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเลือกดื่มมากขึ้น

อย่าง ไรก็ตาม ที่ผ่านมาผู้ประกอบการซุปไก่สกัดเหล่านี้ไม่เคยแจ้งข้อมูลว่าอาหารประเภท นี้มีคุณค่าทางสารอาหารอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่จะบอกเพียงแค่ส่วนผสมกับคาราเมลเท่านั้น ขณะที่ฉลากจะระบุรายละเอียดเพียงว่าเด็ก, สตรีมีครรภ์, นักเรียน, นักศึกษา, ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยและผู้อ่อนเพลียเท่านั้นที่เลือกรับประทานได้

ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าสินค้าอาหารบำรุงร่างกายที่มีการโฆษณา ทางทีวี ส่วนใหญ่มักจะนำเสนอว่าสินค้าของตนได้ผ่านการตรวจสอบและการวิจัยจากสถาบัน ชื่อดังในต่างประเทศ แต่ในกรณีของซุปไก่สกัดไม่สามารถให้คำแนะนำผู้บริโภคในเรื่องคุณค่าทาง โภชนาการได้ ทำให้ผู้บริโภคขาดข้อมูลประกอบการตัดสินใจ แต่ก็หลงซื้อเพราะความเข้าใจผิด

ในเรื่องนี้หน่วยงานของภาครัฐที่ รับผิดชอบดูแลด้านอาหารควรเร่งดำเนินการให้ความรู้แก่ผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อไม่ให้ตกเป็นเป้าของการโฆษณา ยิ่งปัจจุบันกระแสการบริโภคอาหารเพื่อสุขภาพกำลังมาแรง มีผู้ผลิตสินค้าจำนวนมากเข้าสู่วงการอาหารซึ่งมีทั้งส่วนดีและส่วนเสีย ซึ่งมาตรการหนึ่งที่ได้ดำเนินการไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมาคือการบังคับ ให้ติดฉลากข้อมูลทางโภชนาการว่ามีคุณค่าทางอาหารอย่างไร

"ผมเห็น ว่าโฆษณาดังกล่าวทำให้ประชาชนเข้าใจผิดและหลงเชื่อจะเห็นว่าแม้ท่ามกลาง ภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ผู้คนมีรายได้ลดลง แต่บางรายต้องมาเสียเงินทองในการเลือกซื้ออาหารบางประเภทที่ไม่มีคุณค่าโดย ใช่เหตุ เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจในการคัดเลือกซื้ออาหาร"

รศ.ดร. ทรงศักดิ์ กล่าวว่า ตนขอเสนอแนะหลักวิธีปฏิบัติของผู้บริโภคก่อนที่จะตัดสินใจเลือกซื้ออาหาร บำรุงร่างกาย 3 ประการคือ 1. ต้องกินอาหารให้ครบหมวดหมู่ 2. ดูแลเรื่องสุขภาพจิต และ 3. ต้องดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นยาวิเศษต่อร่างกาย ไม่ต้องไปเสียค่าใช้จ่ายสูง

แจงให้เห็นกันจะจะ
ซุปไก่คุณค่าด้อยกว่าไข่-นม

สำหรับ สารอาหารที่ผู้บริโภคจะได้รับนั้น หากผู้บริโภคซื้อซุปไก่สกัด 1ขวดรับประทานจะได้รับสารพลังงานเข้าสู่ร่างกายเพียง 13 กิโลแคลอรี่เท่านั้นขณะที่หากบริโภคไข่ไก่จะมีสารพลังงานสูงถึง 2,187 กิโลแคลอรี่และนมสด 775 กิโลแคลอรี่ ส่วนสารโปรตีนซุปไก่ 1 ขวดมีเพียง 3 กรัม หากบริโภคไข่ไก่ในจำนวนเงินที่เท่ากันจะได้คุณค่าสารโปรตีนสูงถึง 176 กรัม และนมกล่องจะได้คุณค่าสารโปรตีน 42 กรัม

ส่วนสารไขมันซุปไก่ สกัด 1 ขวดเท่ากับ 0 กรัมไข่ไก่ 154 กรัมและนม 40 กรัมและสารแคลเซียมซุปไก่สกัดมีเพียง 0.5 มิลลิกรัม ขณะที่ไข่ไก่มีสูงถึง 824 มิลลิกรัมและนม 1,475 มิลลิกรัมซึ่งที่ผ่านมาผู้บริโภคเองยังขาดข้อมูลส่วนนี้เปรียบเทียบให้เห็น สารอาหารในแต่ละประเภท

หมอคนดังยันซุปไก่เยี่ยม
ลดความเครียด-ความจำแม่น

ก่อน หน้านี้ บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ซุปไก่สกัดตรา "แบรนด์" ได้นำเสนอผลงานการวิจัยแจกจ่ายให้สื่อมวลชนชิ้นหนึ่งของรศ.ดร.นัยพินิจ คชภักดี ผู้อำนวยการโครงการวิจัยชีววิทยาระบบประสาทและพฤติกรรมสถาบันวิจัยและพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งมีความสนใจเกี่ยวกับบทบาทของสารอาหารในการปรับเปลี่ยนการทำงานต่างๆ ของสมองและจิตใจไม่ว่าจะเป็นความเกี่ยวกับบทบาทของสารอาหารในการปรับ เปลี่ยนการทำงานต่างๆ ของสมองและจิตใจไม่ว่าจะเป็นความเกี่ยวข้องของน้ำตาลบางชนิดกับอาการสมาธิ สั้นในเด็ก การบำบัดอาการแปรปรวนทางจิตใจด้วยการบริโภคน้ำตาลหรือสารที่ให้รสหวาน การเพิ่มความรู้สึกที่ดี และเป็นสุขในผู้สูงอายุ โดยการเสริมอาหารที่มีไฮโรอีพิแอนโดรสเตอโรน (ดีเอชอีเอ)

ซึ่งงาน วิจัยได้ระบุผลของซุปไก่สกัดต่อการส่งเสริมการทำงานของสมองด้วยการตรวจ คลื่นไฟฟ้าในสมอง ยังพบว่า สามารถลดความเครียด ช่วยให้สมองมีการผ่อนคลายและจดจำสิ่งต่างๆได้แม่นยำขึ้นขณะเดียวกัน ดร.นัยพินิจ คชภักดี ยังได้ถูกนำมาเป็นพรีเซ็นเตอร์โฆษณาชุดที่ อย.สั่งเบรกในครั้งนี้ด้วย

แพทยสมาคม
ห้ามแพทย์ยุ่งส่งเสริมการขายอาหาร

ศ.น. พ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในฐานะตัวแทนราช วิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทยเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ว่า จากกรณีที่มีการโฆษณากล่าวอ้างผลงานวิจัยว่า ผู้ที่ดื่มซุปไก่สกัดทำให้คลื่นสมองแอลฟ่าเพิ่มขึ้นและช่วยให้ผ่อนคลาย มีสมาธิและจดจำสิ่งจริง เพราะเทคนิคการวัดคลื่นสมองแอลฟ่าเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสรุปผลตามที่มี การกล่าวอ้างและเกรงว่าต่อไปจะมีสถานพยาบาลนำเทคนิคการวิจัยคลื่นสมอง แอลฟ่ามาใช้กับคนไข้ของตนเอง

"นักวิจัยหรือนักวิชาการมีความเป็น อิสระในการทำวิจัย และขึ้นอยู่กับจริยธรรมของผู้นั้นในการตีความงานวิจัยของตัวเอง ซึ่งถ้าอยู่ในวงวิชาการแคบๆแต่ละท่านคงตัดสินได้ว่าน่าเชื่อถือเพียงใด แต่เมื่อเข้าล็อกบริษัท ทำให้ประชาชนจำนวนมากหลงเชื่อข้อมูลได้"

อย่าง ไรก็ตาม การทดลองชิ้นดังกล่าวทดลองกับหนูเพียง 10 ตัวและก้าวกระโดดมาใช้วัดกับคนทั้งๆที่มูลเหตุสำคัญของการวิจัยยังไม่ชัดเจน เพราะการที่มีการดื่มน้ำซุปไก่มาเป็นเวลาหลายร้อยปีเนื่องจากให้คนไข้ได้ รับประทานแทนข้าวในช่วงฟื้นไข้มากกว่าช่วยให้ฟื้นตัว

ศ.น.พ. ธีระวัฒน์ กล่าวยืนยันด้วยว่า ในผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจก็ไม่เคยพูดถึงความเกี่ยวข้องกับการ ทำงานของสมองแต่อย่างใดและการโฆษณาในลักษณะดังกล่าวคล้ายคลึงกับบริษัทแปะ ก๊วยแห่งหนึ่งให้ทุนนักวิจัยในสหรัฐฯทำเกี่ยวกับคลื่นสมองแอลฟ่า แต่ไม่มีวงวิชาการหรือสมาคมผู้สูงอายุให้การยอมรับผลการวิจัยดังกล่าว

ด้าน น.พ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ โฆษกแพทยสภา กล่าวว่า ไม่เคยมีการกำหนดมาตรฐานใดในโลกที่ยึดถือคลื่นสมองเป็นตัวบ่งชี้ว่าความจำ จะดีขึ้นหรือลดลง ทั้งนี้นักวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเจ้าของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ควรจะประกาศให้สาธารณชนได้รับทราบด้วยว่ามีความสัมพันธ์กับบริษัทนั้นๆ อย่างไรและเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดจากการที่แพทย์เข้าไป เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการขาย คณะกรรมการแพทย์สภาได้มีมติในวันนี้ว่า การที่แพทย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการขาย ไม่ว่าในการให้ความรู้ในกระบวนการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ การแนะนำผู้ป่วยให้ใช้ การสั่งให้แก่ประชาชนหรือผู้ป่วยใช้ จะถือว่าผิดข้อบังคับของแพทยสภา ว่าด้วยการรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2529 หมวด 3 โดยแพทย์คนใดทำผิดข้อบังคับดังกล่าวอาจจะได้รับโทษถึงขั้นพักใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรม


NGO โวยให้มีจรรยาบรรณกันบ้างระบุเคยเสนอข้อมูลแล้วไม่เชื่อกัน

นาง สารี อ๋องสมหวัง ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ให้ความเห็นใน "สยามธุรกิจ" ว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นการโฆษณาที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดในสาระ สำคัญที่มีผลทางการค้า ซึ่งตัวบริษัทเองควรที่จะมีจรรยาบรรณมากกว่านี้ รวมทั้งควรพิสูจน์ให้เห็นว่าซุปไก่สกัดดังกล่าวทำให้ฉลาดได้จริงเพื่อใช้ เป็นหลักฐานยืนยัน ซึ่งต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาผลของโฆษณามีส่วนในการตัดสินใจซื้อสินค้าของคน ไทยเป็นอย่างมาก

"ตัวบริษัทเจ้าของสินค้าเองควรมีความรับผิดชอบ ต่อผู้บริโภคด้วย ไม่ใช่คอยให้หน่วยงานของรัฐมาคอยกำกับดูแลแต่ฝ่ายเดียว ขณะที่สมาคมผู้ประกอบธุรกิจโฆษณาก็ควรมีความรอบคอบก่อนที่จะปล่อยสื่อออกไป ในเรื่องนี้หากผิดจริงจะต้องรีบให้โฆษณาแก้ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องในโอกาสต่อไป ขณะที่หน่วยงานราชการเองก็ควรที่จะให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องนี้ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มใหม่ที่ไม่เคยรับสื่อ สรุปแล้วทุกฝ่ายต้องช่วยกันสอดส่องดูแล"

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องซุปไก่สกัดนี้ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคเคยนำเสนอข้อมูลคุณค่าทาง โภชนาการในนิตยสารฉลาดซื้อ ซึ่งเป็นสื่อของมูลนิธิเล่มแรกเมื่อปี 2537 และ เล่มที่ 17 ที่ผ่านมา โดยจากผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุชัดว่า ซุปไก่สกัด 1 ขวดมีคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่านม 1กล่อง และเท่ากับไข่เพียงครึ่งฟองเท่านั้น ขณะที่ราคามีความแตกต่างกันมาก

ล่าสุดมูลนิธิได้จับตามองเป็นพิเศษต่อกรณีที่ค่ายซุปไก่สกัดได้รุกเข้าไปจัดกิจกรรมในโรงเรียนซึ่งถือเป็นรื่องที่น่าห่วง

จาก ข้อมูลการตลาดในปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพมีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาทโดยในส่วนของสินค้าซุปไก่สกัดมีส่วนแบ่งมากที่สุด 1,200-1,300 ล้านบาทมีผู้ประกอบการหลักคือยี่ห้อแบรนด์และสก๊อต ซึ่งแบรนด์มีส่วนแบ่งตลาดมากที่สุดกว่า 90% มีโรงงานผลิตอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี สำหรับกลยุทธ์การตลาดของแบรนด์ที่ผ่านมาจะเน้นหนักด้านกิจการรมที่เป็น ประโยชน์ต่อคอนซูเมอร์ อาทิแบรนด์ซัมเมอร์แคมป์ และแบรนด์จูเนียร์คลับ

รวม ทั้งได้นำสถาบันคิงส์คอลเลจ และคนในตระกูล "วรรธนะสิน" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ในการโฆษณาเพื่อตอกย้ำให้ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่า สินค้านี้มีมานานและคนก็กินมานาน

ต่อเรื่องนี้ "สยามธุรกิจ" ได้ติดต่อขอสัมภาษณ์ผู้บริหารของบริษัทเซเรบอสเพื่อชี้แจงรายละเอียดแต่ไม่ สามารถติดต่อได้โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าติดประชุม


บทข่าวนี้นำมาจากหนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ
ปีที่ 6 ฉบับที่ 283 วันที่ 14 - 20 พฤษภาคม 2543

No comments: