Thursday, June 05, 2008

ไป ward กับ OPD วันแรกของผม

บล๊อกย้อนหลังของวันที่ 3 พค.
วันนี้เป็นวันที่เรียกว่า ถ้าไม่ใช่แผ่นดินถล่ม ก็สึนามิเข้าสำหรับผมเลย เพราะในเวลาเช้าๆประมาณ 8 โมงเช้า หลังจากลงชื่อเข้าฝึกงานใน รพ ตามปรกติที่ทำมากว่า 2 อาทิตย์แล้ว ผมได้รับคำสั่งพิเศษคือ ให้ไปออก OPD ผู้ป่วยเบาหวาน !!! ทั้งที่ยังไม่เคยแม้แต่ไปนั่งดู ว่าเค้าทำอะไรกันใน OPD

เข้าไปถึง คุณพี่พยาบาลก็ส่งคนไข้มาให้ก่อน 1 คน เป็น Follow up 1 คน และอีกคนเป็นคนไข้เพิ่งรู้ว่าเริ่มเป็น มือก็สั่นๆ แม้จะมีพี่เลี้ยงมาด้วย 1 คน แต่เขาจะคุมพวกผมทั้ง 3 คนได้หมดได้ยังไง

ก็เริ่มต้นที่คนไข้ Follow up ก่อนจะได้ปล่อยไปเร็วๆหลังจากดู chart แล้วก็เห็นว่าควมคุมน้ำตาลได้ในระดับปรกติ แม้จะไม่ได้ใช้ยาเลยก็ตาม เพราะเค้าคุมอาหารได้อย่างมีระเบียบมาก ... พูดโน่นถามปัญหานี่นิดหน่อยก็ไปได้ ... ไม่มีปัญหา

แต่เคสคนใหม่นี่สิ ทำเอาผมกลุ้มใจ จากที่ซักไปซักมา ก็พบว่า แกทานข้าวอย่างน้อยๆ 3 จาน จานนึงก็ราวๆ 4ทัพพีเห็นจะได้ เบ็ดเสร็จ 12-16 ทัพพีต่ีมื้อ เทียบเป็นข้าว720-960 กรัม ... กินข้าวเป็นกิโลเลย

ก็เริ่มสอนระดับพลังงานที่ต้องใช้ในแต่ละวัน การนับปริมาณอาหาร และพลังงานที่ได้รับ สัดส่วนอาหารที่พอดี

พูดไปยังไม่ทันจะจบดี คุณพยาบาลก็ส่งมาให้อีก 2 คนก็ต้องเริ่มทำใหม่ตั้งแต่ต้น เหมือนกรอเทปพูดกลับใหม่อีกทีแต่ทำอย่างไรได้ ผมยังพูดไม่เก่งนัก เอาแบบนี้ไปก่อน ไว้จะไปเตรียมตัวมาใหม่ วันนี้ยังตื่นเต้นมาก จนกระทั่งจัดหมวดอาหารผิด เอาเต้าหู้ไปไว้ในหมวดข้าวแป้ง แทนเนื้อสัตว์ไปซะแล้ว ... แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จบด้วยดี

หันมาดูนาฬิกาอีกที ก็ 11.00 น แล้ว ไม่น่าเชื่อจริงๆว่า OPD ของ Dietitian จะต้องใช้เวลามากขนาดนี้กับคนไข้เพียง 4 คน เท่านั้นเอง !!! แถมเหนื่อยสุดๆ

และที่เหนื่อยกว่า คือ การแก้ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาหารของคนไข้ แบบว่า "อินเตอร์เน็ตบอกว่า กิน...แล้วน้ำตาลไม่ขึ้น ก็เลยกินซะ 1-2 กิโล" ยุคนี้ข่าว(ไร้คุณภาพ) ไร้พรมแดนจริงๆ

กลับเข้ามาที่ฝ่าย นั่งทำ โพย สำหรับจะเอาไว้ใช้ Round ward ในอาทิตย์หน้า พร้อมกับทีมแพทย์ พี่เลี้ยงก็เดินมาบอกว่า จะพาไป เดี่ยวนี้เลย ... !!!! เมื่อเช้าว่าตกใจแล้ว ตอนนี้ ตกใจกว่า ซัก 3 เท่าครึ่งค่าอะไรยังไม่แม่นเลย .... จะทำไงดีๆ ท่องไว้คำเดียวจริงๆ จะทำไงดี

มาถึง ward ก็นั่งดูเค้าเปิด chart ใส่ข้อมูลประเมินภาวะทางโภชนาการต่างๆ ที่เคยเรียนมา เคยแต่กรอกสำหรับคนไข้ที่รับอาหารทางปาก (enterol) หรืออย่างหรู ก็ใช้ Blenderized diet (อาหารปั่นเหลวใส่ท่อ) แต่เคสแรกของผม เป็น Soft diet + BD + PPN (อาหารใส่หลอดเลือด)ได้ครบทุกอย่างในคราวเดียวกัน ... เรียกว่าได้แบบ 3 in 1 สำเร็จรูปมาเลย

หลัง จากประเมินเสร็จ ผมก็ได้คำสั่งมาให้เขียน Chart ไปด้วยเลย แม้ว่าตามปรกติจะไม่อนุญาตให้ นศ.ฝึกงาน เขียนด้วยตนเอง แต่ไม่รู้อะไรเหมือนกัน ดลใจให้ผมต้องเขียนเองและก็ไม่รุ้อะไรอีก ทำให้ผมตัดสินใจเขียนลงในตัวจริงเลย โดยไม่เขียนลงกระดาษทดก่อน ... ผลคือ มันก็สับสนสิ้นดี

ส่วนรูปที่ผมใส่ประกอบไว้นี่ คือ หลังจากที่เขียนตัวจริงเสร็จแล้ว ก็เลยลอกมาใส่กระดาษทด (ช่างขัดกับที่เรียนมาจริงๆ) เอากลับมาก็มา scan เก็บไว้ดู แล้วก็มานั่งพิมพ์เรื่องนี่แหละครับ

คราวหน้าสัญญากับตัวเองว่า จะเขียนให้ดีขึ้น ส่วนลายมือใน Chart พี่เลี้ยงบอกว่า แย่เท่ากับหมอ เลยไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี ...

ปล.ใครอ่านแล้วไม่เข้าใจบอกกันได้นะครับ


3 comments:

Anonymous said...

พี่จบ dietetic จากที่ไหนค่ะ

คือมีคำถามว่าถ้าจบ วิทยาศสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา จะต่อ nutrition and dietetics ได้มั้ยค่ะ อยากรู้จิงๆช่วยตอบด้วยค่ะะะะ

Nozomi said...

เรียนที่สถาบันวิจัยโภชนาการ ครับ

ถ้าอยากเรียนต่อ จบวิทยาฯ ได้แทบทุกสายเลยครับ เพราะยังไงวิชาพื้นฐานทาง nutrition ก็จะได้เรียนใหม่หมดอยู่ดีครับ ไม่ต้องกังวลใจไป

แต่ที่สำคัญคือ เตรียมตัวสอบวิชา Human Physio, General Biochem, Eng ไว้ก็จะดีครับ นอกนั้นก็ข้อสอบเข้า ป.โท ธรรมดาทั่วไป

ถ้ามี MSN ก็แอดมาคุยได้ครับ nozomi.fenrir@gmail.com

Anonymous said...

555 Bank>>>I'm going to fall in the same situation as u....;D

P'Pooh Diet9