Sunday, November 08, 2009

ทำไมหมอ ....

เรื่องวันนี้มันมีหลายเรื่องใครอยากอ่านก็ค่อยๆอ่านละกัน เพราะอันที่จริงแต่ละเรื่องมันเกิดต่างเวลากัน แต่จับมายำรวมกัน

ทำไมหมอไม่รู้ ...

เรื่องนี้เกิดเมื่อซัก 1 เดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ผมได้นั่งคุยกับหญิงสูงวัยผู้หญิงซึ่งมีทรรศนคติที่ไม่ดีกับการแพทย์สมัยใหม่ โดยเฉพาะกับ "หมอ" แม้ผมจะไม่ใช่หมอ แต่ที่ฟังจากที่เค้าพูดก็บอกได้เลยว่าความเข้าใจของเค้านั้นผิด และทำให้มันไปกันใหญ่
  • ทำไมต้องตรวจหลายอย่าง ตรวจไปตรวจมาก็มาบอกว่า ไม่รู้...
    ผมเข้าใจนะว่าค่าตรวจแต่ละอย่างมันแพง แต่ไม่มีหมอคนไหนหรอกครับอยากจะวินิจฉัยผิดพลาด รักษาผิดพลาดรักษาไปนานเท่าไหร่คนไข้ก็ไม่หาย และเลวร้ายสุดคือ คนไข้อาจจะได้รับผลร้ายจากการรักษาที่ผิดได้ ดังนั้นเพื่อลดโอกาสในการรักษาที่ผิดพลาด ขึงต้องตรวจอย่างละเอียด และตัดสินจากวิธีที่เชื่อถือได้มากที่สุด ดังนั้นจะไปเทียบกับการรักษาของ หมอแผนไทย หรือ หมอสมุนไพร แบบนั้นไม่ได้ครับ หมอแผนโบราณหลายคนเจอหน้าคนไข้ ฟังอาการก็บอกเลย คุณเป็นนั่น คุณเป็นนี่ สีหน้าหมองคล้ำแบบนี้โรคไต ตัวเป็นผื่นแบบนี้น้ำเหลืองไม่ดี ซึ่งคำเหล่านี้บางทีไม่ได้มีในการแพทย์แผนปัจจุบัน ดังนั้นถ้าคุณเจอหมอแผนโบราณเห็นหน้ากันทักเลยว่าคุณเป็นอะไรๆ ก็ขอให้พึงระวังไว้ ว่าอาจจะไม่ได้เป็นโรคนั้นจริงดังว่า
  • ยาแผนปัจจุบันไม่ดี กินไม่หายยาแผนโบราณกินแล้วดี ไม่มีพิษภัยแถมกินแล้วหายด้วย หายเร็วอีกต่างหาก .... แล้วคุณรู้ไหมครับว่า เขาใส่อะไรในยาลูกกลอนให้คุณทาน ... ถามผม ผมก็ไม่ทราบครับ ต้องถามคนทำ แล้วตัวยาที่ใ่ส่ลงไปจะได้มาตรฐานหรือป่าวเราก็ไม่ทราบได้ครับ ถ้ายาที่ทานแล้วหายในวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มยาแก้ปวด บางทีผมมักจะคิดเผื่อไปถึงการเติม สเตียรอยด์ ลงไปในยาด้วย ซึ่งแน่นอนเลยครับว่า เห็นผลเร็ว แต่ผลระยะยาวของการใช้ หมอแผนโบราณที่จ่ายยาให้คุณเขาจะรู้ไหมครับว่า สเตียรอยด์มีโทษอย่างไรบ้าง ... ว่ากันไปอีก 3 หน้าก็ไม่จบครับ แต่ถ้าคุณเลือกจะกิน เลือกจะเชื่อก็ไม่ได้ว่าอย่างไรครับ
  • อีกอย่างนึงคือ การที่หมอยอมรับกับคนไข้โดยตรงว่า "ไม่รู้" ว่าคิุณป่วยเป็นอะไร ผมว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ดีกว่าทำอมภูมิว่าตัวเองรู้ แล้วรักษาคุณไปแบบผิดๆครับ

คนไข้ไม่กินยาตามหมอสั่ง

ว่ากันตามจริง รวมไปถึงไม่พยายามปฏิบัติตัวตามที่หมอแนะนำด้วย เรื่องของเรื่องคือ ผมได้ไปเจอกับคนไข้ความดันสูงคนนึงโดยบังเอิน และรู้มาว่าคนไข้รายนี้ปฏิเสธการทานยาลดความดัน คือไปรับยามาแต่ไม่ทาน ด้วยความที่เชื่อในคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ที่รู้จักว่า "กินยาความดันแล้วต้องกินตลอดชีวิต" เพราะงั้นไม่ต้องกินมันซะเลย เวลาไปตรวจสุขภาพก็บอกกับหมอว่า "ตัวเองไม่ถูกกับเครื่องมือวัดความดัน วัดแล้วความดันสูงตลอดไม่รู้ทำไม" ...

นั่นสิครับ ไม่รู้ทำไม ก็ไม่กินยาไงครับทำไมถึงไม่รู้ ไม่ต้องกินมันเลยตลอดชีวิต ... ก็เหมือนจะดีนะครับ แต่ดูท่าว่าชีวิตจะสั้นแน่ๆ คำพูดดูกวนตีนเนอะ ...แ่ต่ผมก็อธิบายให้ฟังทีละอย่างอยากให้เ้ข้าใจอันตรายของการที่ไม่สามารถควบคุมความดันได้ เพราะที่หมอต้องจ่ายยาลดความดันให้ เพราะความดันคนไข้สูงแล้ว (160+/90+) และถึงแม้ผมจะไม่ได้อ่านในชาร์ต แต่ก็เดาได้ไม่ยากว่า น่าจะแนะนำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วย ซึ่งก็มีง่ายๆก่อน 2 ข้อคือ ลดอาหารเค็ม(ลดโซเดียม) และ ออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ดูเหมือนจะไม่ค่อยสนใจ แต่ก็ไม่อยากดึงดันไว้ครับ ตัวของเค้าเลือกตัวของเค้าเอง เคสนี้ก็จบเ่ท่านี้ดีกว่า

จะว่าไปการกินยาตลอดชีวิตมันดูเป็นเรื่องใหญ่มากครับ แต่ในชีวิตจริงคนที่กินยาตลอดชีวิตมีเยอะมาก คนไข้เบาหวาน คนไข้ความดัน คนไข้โรคหัวใจ คนไข้โรคระบบประสาท คนไข้ HIV ฯลฯ ในความคิดผมนะ ถ้าคุณสามารถจะทาครีมเพื่อให้หน้าสวยได้ในตอนเช้าเย็นทุกวัน ทำไมคุณจะกินยาเพื่อให้สุขภาพของคุณดีขึ้นเช้าเย็นบ้างไม่ได้ ... มันไม่ได้ต่างกันเลย

พอแค่นี้ก่อนละครับ

No comments: