Wednesday, June 23, 2010

เรื่องยุ่งๆของเวย์ และเปรียบเทียบเวย์

เพื่อนโน๊ตมันอยากกินเวย์ ก็เลยมานั่งหาวิธีเทียบดูว่า จะซื้อตัวไหนดี ตัวไหนคุ้ม พยายามหาวิธีเปลี่ยบเทียบ ราคาของเวย์โปรตีนอยู่ มันมีหลากหลายมากจริงๆ และที่สำคัญ การตลาด มันนำคำว่า ความเป็นจริงทางวิทยาศาสตร์อยู่เยอะ

เวย์ในตลาดทั้ง Concentrate, Isolate, Hydrolyzed และอื่นๆ พวกเรียน Dietetics คงคุ้นกับคำเหล่านี้ และไม่เห็นความ "แตกต่าง" ในแต่ละชนิดของมัน มันมีที่ๆควรใช้อยู่เสมอ ซึ่งอาจไม่เหมือนกัน

Concentrate whey กับ Isolate whey 2 คำนี้เป็นคำที่ไม่เจอในศัพท์ทางการแพทย์ มีบาง Journal เขียนถึง แต่โดยมากไม่อธิบายอะไร จากการค้นหาใน Google และในเว็บโฆษณาทั้งหลาย มันเป็นไปในแนวทางเดียวกันคือ มันต่างกันที่ความบริสุทธิ์ โดยชนิด Isolate จะมีโปรตีนจากเวย์สูงกว่าเมื่อเทียบโดยน้ำหนักกรัมที่เท่ากัน

บางที่บอกว่า Isolate มันขึ้นไปถึง 98% ของน้ำหนักเลย ... ในขณะที่ Concentrate อยู่ที่ 30-80% เอง งั้นในเมื่อมันต่างกันแค่นี้ จะสนใจใน Amino acid profile มันไปทำไม ในเมื่อมันไม่ต่างกัน เพราะไม่ได้ "เติม" หรือ "เอาออก" ตัวไหนเพิ่มเป็นพิเศษ

ส่วนชนิด Hydrolyzed ก็คงเอามาทำการย่อยโดยใช้เอนไซม์เฉยๆ เดี่ยวนี้คงไม่ทำต้มจนมัน hydrolyzed หรอก ซึ่งการทำ hydrolyzed นั้นจะมีประโยชน์มาก กับคนที่ "ย่อยโปรตีนไม่ได้" หรือมีการ "แพ้โปรตีน" บางชนิด ในคนทั่วไป ไม่ต้องไปผ่าน hydrolyzed หรอก กระเพาะ ลำไส้ทำงานได้สบายๆ

ถ้ามี Whey hydrolyzed ให้ซื้อแล้วราคาถูก เท่ากับเวย์ทั่วไปก็น่าสนใจ แต่ถ้าแพงกว่า ก็ปล่อยเป็นหน้าที่ร่างกายเราเถอะ มันไม่เปลืองพลังงานนักหรอก

เปรียบเทียบไงดี

ไปหาข้อมูลของ เวย์มา 2 ยี่ห้อที่มีขายในเว็บ และมีราคาเป็นเงินบาท nutrition fact ของสองยี่ห้อดูได้ในรูปผมไปจับมาจาก Official web ของแต่ละยี่ห้อ


Optimum 1 Scoop 30 g ให้โปรตีน 24 กรัม 1490฿
Maxx 1 Scoop 34 g ให้โปรตีน 23 กรัม 1490฿

1 กระป๋องหนัง 907 กรัม (2lbs) ถามจากอากู๋เอา

ถ้าของ Optimum 907 กรัม จะได้เนื้อโปรตีน =  (907/30)*24 = 725.6 กรัม คิดเป็นเงิน (1490/725.6) = 2.05 บาท ต่อกรัม

ถ้าของ Maxx จะได้เนื้อโปรตีน = (907/34)*23 = 613.6 กรัม คิดเป็นเงิน (1490/613.6) = 2.43 บาท ต่อกรัม

ด้วยเงินเท่าๆกัน ได้โปรตีนห่างกันเป็นร้อยกรัม ต่อให้ข้อมูลในฉลากมันคลาดเคลื่อน ส่วนต่างโปรตีนก็ยังห่างกันมากอยู่ดี (อย่างน้อยก็ 50 กรัม)

โดยที่ไม่ต้องคำนึงสัดส่วน BCAA หรือ กรดอะมิโนเป็นตัวๆ เพราะยังไงองค์ประกอบของเวย์ มันขึ้นกับนมที่ผู้ผลิตไปซื้อมา มันไม่ตรงเป๊ะตามข้างกระป๋อง 100% อยู่แล้ว ขอให้เป็นเวย์เท่านั้นก็พอ ...

แล้ววิธีนี้ใช้ได้กับเวย์หลายแบบ ทั้ง Concentrate และ Isolate เพราะคิดเป็น น้ำหนักโปรตีน/ ฿ อย่างเดียว

Weight Gainer

ผมเชื่อว่าไอ้ตัวนี้ออกมาจับตลาดคนที่ไม่รู้ และคนที่ขี้เกียจเตรียม ชื่อมันฟังดูดีครับ กินแล้วน้ำหนักขึ้น แต่ถ้าดูส่วนประกอบจะเห็นเลยว่า ไม่มีอะไรเด่นๆเลย

ลองอ่านคำโฆษณาดู
Weight Gainer คือ เวย์โปรตีนที่ผสมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายเพิ่มเข้าไป เช่น สารให้พลังงานที่จำเป็น Carbohydrate และ Fat ที่ดี ซึ่ง Carbohydrate ได้มาจาก Complex Carb Blend ซึ่ง จะต่างกันในแต่ละสูตร แต่ละยี่ห้อ บางยี่ห้อก็จะใช้สารอาหารที่ง่ายๆราคาถูกเช่น น้ำตาล น้ำตาลกลูโคส ซึ่งจะให้พลังงานค่อนข้างเร็วและทำให้อ้วนง่าย แต่ถ้าใช้ สารอาหารที่ดีเช่นพวก Corn dextrin, Maltodextrin จะทำให้ร่างกายสมบูรณ์และเติบโตเร็วขึ้น ส่วน Fat ได้มาจากพวกไขมันที่ดี เช่น น้ำมันปลา น้ำมัน Flaxseed สกัด และ ตัวโปรตีนยังมีอีกหลายประเภทเพื่อเพิ่มระยะการดูดซึม ทำให้ได้รับดูดซึมได้ตลอดวัน ดังนั้น Weight Gainer จึงเหมาะสำหรับการรับประทานระหว่างวันเพื่อเติม โปรตีน และ “พลังงาน” ในระหว่างวันด้วย
ส่วนที่ผิดอย่างแรกเลยคือเรื่อง คาร์โบไฮเดรต เราวัดอัตราการย่อยและดูดซึมด้วยการใช้ค่า GI (Glycemic Index) โดยเทียบกับการดูดซึมของ กลูโคส เพราะเป็นคาร์บที่ดูดซึมได้เร็วที่สุด เราจึงสามารถแ่บ่ง คาร์บออกเป็นกลุ่มต่างๆ ได้ง่ายๆดังนี้
  • Low GI พวกนี้ย่อยยากดูดซึมช้า ค่า GI น้อยกว่า 55
  • Medium GI พวกกลางๆ GI ระหว่าง 56-69
  • High GI ย่อยง่ายดูดซึมเร็ว ค่า GI ตั้งแต่ 70 ขึ้นไป
 จากข้อมูลของ GI Foundation พบว่า Sucrose หรือน้ำตาลทรายมี GI อยู่ที่ 60 ซึ่งเป็นกลุ่ม Medium แต่ Maltodextrin นั้นให้ GI เทียบกับ กลูโคส เป็น 100 ซึ่งจัดเป็นกลุ่ม High มันเลยผิดจากที่เค้าพยายาม อ้างไว้

ส่วนเรื่องน้ำมัน ผมไม่พูดถึงละกันเพราะไม่ได้ผิดมากมายอะไร ดังนั้น ถ้าอยากกิน weight gainer ลองกิน whey ผสมน้ำตาล ผสมน้ำมันดูก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร หลายคนฟังแล้วตกใจ เอาน้ำมันไปหยอดใส่น้ำนมมันจะกินลงหรอ โดยปรกติแล้ว น้ำเต้าหู้ หรือน้ำนมหลายๆที่มักจะเติมน้ำมันลงไปอยู่แล้ว อย่างน้ำเต้าหู้อาจเติมถั่วลิสงลงไปตอนบดเมล็ดด้วยเลย จะได้มีน้ำมันปนออกมา แต่ที่พวกผมทำในโรงพยายาลก็เอา น้ำมันพืชนี่แหละใส่ลงไป หรูนิดนึงก็เอา เลซิติน ใส่ลงไปด้วยมันจะได้ละลายกันได้ดี ไม่งั้นก็เขย่าก่อนกินนิดหน่อยก็ใช้ได้ ถูกกว่าเป็นไหนๆ

Friday, June 18, 2010

My lovely friends, my lovely books

Five years ago (in late of 2004), I got the first episode of trilogy gay novel named “Rainbow boy” of Alex Sanchez. One year after, I got a “Rainbow high” and 2 years after for “Rainbow road”. The three of main character; Jason, Kyle and Nelson, are becoming my friends. For the first book, I must cover up the three boys on the cover but for the second and the third, I can read it in a public without any scare. Yesterday during I was cleaning my bookshelf, I found my old friends sleep in their shelf. I have been reading it again and feel goods as well as 5 years ago. I just want to tell all of them and their author that “thanks you for my good experience”.
P.S. I found some wrinkle in a front cover and in many pages so I should repair them, especially the second ep book. Moreover, I may buy a new one for keep only.

Thanks wikipedia for all cover image.